[Fic BB] ...Mirror : Chapter 4... [T.O.P x G-Dragon]

posted on 17 Oct 2009 13:13 by believes-fiction  in Bigbang-Fictions



Title : Mirror

Pairing : Choi Seunghyun x Kwon Jiyong

Rating : PG-NC

Gerne : Romantic/Drama

Author : Believe

 

 

 

 

Chapter 4

 

 

 

 

 

ยูบินกับจียงอยู่ในลิฟต์แก้วซึ่งกำลังพาทั้งคู่ไปยังชั้นบนสุดของโรงแรมหรู ตาเรียวเหลือบมองหญิงสาวอย่างประหม่า ระหว่างทางก่อนหน้าที่จียงจะมายืนอยู่ข้างๆ กับยูบินในลิฟต์นี่ เขาได้รู้เรื่องของเธอมากมาย ยูบินบอก ว่าเธอเป็นลูกสาวเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรที่ซึงฮยอนทำงานอยู่ และพ่อของเธอก็เป็นหุ้นส่วนของโรงแรมนี้ เธอสนิทกับซึงฮยอนเพราะต้องทำงานด้วยกันและเจอกันบ่อยๆ แต่ที่จียงแปลกใจที่สุดคือ เธอบอกว่าเธอพอจะรู้เรื่องของจียงมาบ้าง เพราะซึงฮยอนเคยเล่าให้ฟัง แม้จะไม่บ่อยนัก




จียงไม่ได้ถามว่าซึงฮยอนเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวเขาบ้าง



และยูบินเองก็เลือกที่จะข้ามเรื่องที่ซึงฮยอนมักชอบพูดจียง...เวลาเมา




ประตูลิฟต์เปิดออก ทุกอย่างเงียบสนิท จียงก้าวตามหญิงสาวออกไปโดยไม่ได้เอ่ยถามอะไรสักคำ ยูบินเองก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดี คงจะอึดอัดไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนที่เธอเห็นจียงร้องไห้ ใจก็ร้อนวาบ กระวนกระวายมาก เธอไม่อาจทนเห็นน้องชายของเพื่อนสนิทอยู่ในสภาพแบบนั้นได้ และเธอก็ไม่คิดว่าจียงอยากกลับไปที่คอนโดฯ ด้วย จึงตัดสินใจพามาพักที่นี่ อย่างน้อย เธอก็มั่นใจว่าจียงจะปลอดภัย




เพราะคนๆ หนึ่งที่เธอฝากให้ดูแลจียงเป็นอย่างดี




“คนที่อยู่ห้องข้างๆ เป็นพี่ชายของฉันเอง เขาอาจจะแวะมาเยี่ยมเธอบ้าง จะได้ไม่เหงากันทั้งคู่”




จียงเพียงแค่พยักหน้ารับ แล้วเอ่ยคำขอบคุณก่อนหญิงสาวจะเป็นฝ่ายปิดประตูลง ตาเรียวสวยกวาดมองไปรอบๆ ห้องที่หรูหราจนไม่กล้าแม้จะขยับขาไปไหน คอนโดฯ ของซึงฮยอนว่าหรูมากแล้ว แต่กลับเทียบห้องนี้ไม่ติดเลยสักนิด ใช้เวลาสำรวจห้องไม่นานนัก จียงก็ตัดสินใจอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีด้วยกลัวจะเป็นปอดบวมตายเสียก่อน เขาทิ้งตัวลงบนเตียงพลางเช็ดผมไปด้วย




ไม่นานนัก เสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างงุนงง เมื่อเปิดประตูออกก็พบกับชายหนุ่มแปลกหน้า...แปลกคนด้วย...อยู่ในตึกอย่างนี้ทำไมต้องใส่แว่นตากันแดดด้วยนะ จียงเห็นดวงตาหลังแว่นสีชานั้นมองต่ำลงเล็กน้อย เหมือนไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ ความเงียบเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจ อีกฝ่ายก็เริ่มเปิดบทสนทนาด้วยท่าทางที่ทำเอาจียงที่แอบหวาดระแวงในทีแรก ใจชื้นขึ้นมาก




“ฉันแทบิน...ยัยยูบินคงบอกเธอแล้วล่ะ...ยังไงก็ ยินดีที่ได้รู้จักนะ...ควอนจียง”




“ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” จียงยิ้มเล็กๆ ตอบกลับไปตามมารยาท ถึงจะดูเป็นคนแปลกๆ แต่ก็ไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไร  ตรงกันข้าม เขากลับดูประหม่าเล็กน้อยเวลาที่มองหน้าจียง อึกอักอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จียงคิดว่าเบากว่าประโยคแรกพอสมควร




“ถ้าไม่รังเกียจ เย็นนี้ลงไปทานอาหารเย็นด้วยกันไหม?”




เจ้าของร่างเพรียวบางพยักหน้ารับโดยไม่ได้ใช้เวลาคิดไตร่ตรองเลยแม้แต่น้อย ถึงจียงจะเข้าสังคมไม่เก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ไม่ได้ซื่อถึงขนาดดูไม่ออกว่าคนตรงหน้านั้นมาด้วยจุดประสงค์ดีหรือไม่ จียงไม่ได้อึดอัดแม้ว่าแทบินจะเป็นคนแปลกหน้า...ไม่อึดอัดเท่าตอนที่ต้องอยู่ตามลำพังกับชเวซึงฮยอนเสียด้วยซ้ำ




มือเรียวดันบานประตูห้องปิดลง แทบินบอกว่าจะไปทำธุระแล้วจะมารับตอนทุ่มครึ่ง จียงจำต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเงียบอีกครั้ง...ความจริงก็ไม่ได้เงียบเสียทีเดียวหรอก เขายังมีสายฝนด้านนอกนั้นอยู่เป็นเพื่อน จียงเปิดม่านสีทึมออก แต่ไม่ได้ทำให้ห้องสว่างขึ้นมากนัก ท้องฟ้าอึมครึมกับสายฝนที่เทกระหน่ำ ดูหดหู่และน่าหวาดกลัว แต่ร่างเพรียวบางยังคงยืนจ้องมองด้วยความเฉยชา




เขากำลังคิดถึงซึงฮยอน




ตาเรียวเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองชั่วโมง จียงนั่งเรื่อยเปื่อยรอคุณแทบินอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง กวาดตามองไปรอบๆ ห้องเหมือนไม่มีจุดหมาย แต่สุดท้ายก็กลับมาหยุดที่กระจกเงาตรงหน้า แววตาของคนในกระจกสะท้อนความเจ็บปวดจนจียงรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาในอก...เขารู้มาตลอดว่าตัวเองเหมือนฮโยรีมาก ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง คำพูดหรือลักษณะนิสัย ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกที่ซึงฮยอนจะอยู่กับเขาเพียงเพื่อทดแทนฮโยรี ในเมื่อจียงเอง ก็เลือกที่ยอมเป็นตัวแทนของพี่สาว ทั้งที่รู้ว่าไม่ว่ายังไง เขาก็ไม่มีวันแทนที่ฮโยรีได้




แล้วความคิดของเขาก็วกกลับมาเรื่องเดิมๆ อีกจนได้ มือเรียวยังคงรู้สึกชาเหมือนเหตุการณ์เพิ่งผ่านไปไม่กี่นาที จียงไม่กล้าแม้แต่จะก้มลงมองมือของตัวเอง...เขารู้ว่าทำร้ายซึงฮยอนได้อย่างเจ็บแสบเกินกว่าจะให้อภัย




แต่จียงรู้



อีกไม่นาน ซึงฮยอนต้องออกตามหาเขา




เพราะซึงฮยอนรักฮโยรีมาก



มากจนไม่อาจผิดสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ




เขาจะไม่มีวันปล่อยจียงให้จากไปอย่างเจ็บปวดเป็นอันขาด





ซึงฮยอนกับฮโยรีจะรู้บ้างไหม ว่าสัญญานั้น มันรัดคอจียงแน่นขึ้นทุกทีๆ ลมหายใจถูกลิดรอนลงทีละน้อย ไม่ต่างอะไรกับคนที่ทำได้เพียงแค่รอความตายมาเยือน




ยกแขนขึ้นกอดตัวเองอีกครั้ง รับรู้ได้ว่าหัวใจกำลังสั่น...น้ำตากำลังจะไหลลงมาอีกแล้ว ขอบตาร้อนผ่าวทั้งที่รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งกาย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่หยาดน้ำใสๆ ทอดผ่านผิวแก้มเนียนแล้วร่วงหล่นลงสู่พรมสีเข้ม จากทีละหยดสองหยด ตอนนี้มันพรั่งพรูออกมา ราวกับว่ากำแพงบางๆ ที่จียงสร้างขึ้นมาถูกทุบจนแหลกละเอียด ไม่มีเกราะกำบังอะไรที่จะป้องกันจียงให้พ้นจากความเจ็บปวดได้เลย เขาจึงจำต้องก้มหน้ายอมรับความจริงทั้งที่ทรมานแสนสาหัส




ความจริงที่ว่า




เขาหยุดคิดถึงซึงฮยอนไม่ได้



เขาหยุดรักซึงฮยอนไม่ได้



และหยุดน้ำตาที่เกิดขึ้นเพราะซึงฮยอนไม่ได้เลย




จียงได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของตัวเองชัดเจนเหลือเกิน มันเจ็บปวดรวดร้าวกว่าตอนที่ได้ยินเสียงกระซิบแห่งความเดียวดายไม่รู้กี่ร้อยที่พันเท่า น้ำตาไหลลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ทั้งที่ยิ่งสะอื้นไห้ จียงก็รู้สึกเหมือนปริ่มว่าจะขาดใจได้เสียให้ได้ เสียงร้องไห้ของตัวเองกรีดแทงประสาทการรับรู้ทั้งหมดจนไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้ เขาไม่ได้นั่งอยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง เสียงสะอื้นของจียง...ไม่ได้มีเพียงเจ้าตัวที่รับรู้




สัมผัสอุ่นๆ แต่ไม่คุ้นเคยแตะลงบนขอบตาแดงช้ำ แผ่วเบามากจนแทบไม่รู้สึก จนกระทั่งปลายนิ้วนั้นเกลี่ยหยาดน้ำตาออกไป จียงจึงได้มองเห็นว่าคนตรงหน้านั้นคือใคร...ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้คนที่เข้ามาเห็นความอ่อนแอของจียง ไม่ใช่ชเวซึงฮยอน ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้จียงไม่ต้องฝืนทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่ทรมานแทบตาย เหมือนทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าซึงฮยอน




คุณยูบินเช็ดน้ำตาให้จียง



คุณแทบินก็เช็ดน้ำตาให้จียง




แต่ชเวซึงฮยอนไม่เคยทำ...ไม่เคยเลยสักครั้ง



ถ้าเพียงแต่คนที่เข้ามาเห็นจียงร้องไห้ คือซึงฮยอน




เขาจะเช็ดน้ำตาให้จียงอย่างอ่อนโยน เหมือนอย่างที่คุณแทบินทำอยู่ตอนนี้หรือเปล่า?





แทบินนั่งมองจียงร้องไห้เงียบๆ เขาอยากดึงคนตัวเล็กนี่เข้ามากอดปลอบให้หยุดร้องไห้ อย่างน้อย ก็ในฐานะที่จียงเป็นคนๆ หนึ่งที่มีความรักให้ซึงฮยอนมากมายเหลือเกิน แต่เพราะรู้ดีว่าจียงไม่ได้ต้องการ ถ้าเขากอด ก็จะยิ่งทำให้จียงรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ ยิ่งเห็นน้ำตาของจียง เขาก็ยิ่งโกรธซึงฮยอนจนไม่อยากให้ทั้งสองคนได้พบกันอีกตลอดชีวิต เข้าใจแล้วว่าทำไมตอนที่ยูบินเล่าเรื่องจียงให้ฟัง เธอถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทำท่าเหมือนจะอยากจะเอาเลือดหัวซึงฮยอนออกมาให้ได้




แทบินไม่รู้หรอกว่าจียงทรมานมากแค่ไหน



แต่เขาอยากให้ซึงฮยอนเข้ามาเห็นภาพของจียงในเวลานี้ที่สุด




น้ำตาของจียง



ที่ซึงฮยอนไม่เคยเห็นเลย




.




.





ขาเรียวก้าวตามทายาทเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ไปอย่างเชื่องช้า ตาเรียวทอดลงต่ำตลอดทาง ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ ไม่ได้ให้ความรู้สึกอึดอัดเหมือนตอนที่อยู่กับซึงฮยอน จียงเพียงแค่รู้สึกผิดที่ทำให้คุณแทบินพลอยลำบากใจไปด้วย กว่าที่จะยอมเงยหน้าขึ้นมองบรรยากาศรอบข้าง ก็ตอนที่บริกรของห้องอาหารเลื่อนเก้าอี้ให้ แทบินกับจียงนั่งอยู่โต๊ะริมระเบียง ซึ่งมีเพียงโต๊ะเดียวสำหรับลูกค้าวีไอพีเท่านั้น กลิ่นอายของสายฝนยังคงอยู่ สายลมเย็นๆ หลังฝนตกปะทะผิวกาย แต่จียงไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด บรรยากาศโล่งๆ สบายๆ แบบนี้แหละที่เขาใฝ่ฝันหาเป็นที่สุด




“คิดว่าเธอคงชอบที่โล่งๆ มากกว่าในห้องแอร์นะ”




“ครับ...ชอบมากๆ เลย”




บทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างมื้ออาหาร ทำให้จียงรู้สึกดีขึ้นมาก หลังจากที่เสียพี่สาวที่แสนดีไป ถ้าหากจียงไม่ได้นั่งทานอาหารทุกมื้อตามลำพัง ก็จะมีซึงฮยอนมาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะ แต่ก็นั่นแหละ อึดอัดเหมือนว่าจะหายใจไม่ออกเสียทุกครั้ง อยู่กับแทบินแล้วจียงก็สบายใจ ไม่รู้ว่าเขาควรจะขอบคุณพระเจ้า หรือขอบคุณความบังเอิญดี ที่ทำให้เขามาเจอกับคนที่ใจดีอย่างคุณแทบินและคุณยูบิน




“เดี๋ยวฉันมานะจียง”




คนตัวเล็กพยักหน้ารับขณะที่ยกไวน์แดงขึ้นจิบ แทบินเดินออกไปพร้อมกับยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู จียงทอดสายตาออกไปยังสวนเล็กๆ ของโรงแรม มองไปมองมาแล้วก็เพลินดี พูดได้เต็มปากเลยว่าวันนี้เหงาน้อยลงกว่าที่เคย อาจจะดีที่สุดตั้งแต่ที่เสียพี่สาวไปเลยก็ได้ คงเพราะได้ระบายออกมาเป็นน้ำตาอย่างที่อยากทำมานาน เคยมีคนบอกว่าหลังร้องไห้แล้วจะรู้สึกดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ จียงเพิ่งเข้าใจวันนี้เอง




เหมือนว่าแทบินจะกลับเข้ามาแล้ว จียงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ แทบินเพิ่งขอตัวออกไปไม่ถึงสามนาที และทันทีที่จียงเลื่อนสายไปกลับยังเบื้องหน้า หัวใจก็เหมือนถูกกระตุกจนแทบจะหลุดออกมา ร่างกายชาวาบ จียงไม่รู้จะปรับสีหน้ายังไง หรือทำอะไรในสถานการณ์ที่แสนอึดอัดแบบนี้




ชเวซึงฮยอนกำลังมองมาที่ควอนจียง...ด้วยแววตาที่เย็นชาเหลือเกิน




ออกซิเจนที่ทำให้ปอดสดชื่นเมื่อครู่เหมือนสลายไปหมด จียงตกอยู่ในสุญญากาศอีกครั้ง ไม่รู้ว่าซึงฮยอนกำลังมีอาการเดียวกันหรือเปล่า แต่อ่านจากสายตาแล้ว เขาก็ดูไม่ได้สะทกสะท้านอะไรกับดวงตาของจียงที่บ่งบอกชัดเจนว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก จียงไม่เคยคาดหวัง แต่ก็เสียใจทุกครั้งที่ซึงฮยอนไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของเขาเลย ซึงฮยอนเอาแต่พูดว่าจียงเหมือนคนไร้ความรู้สึก เพราะเหตุผลนี้หรือเปล่าที่ทำให้ซึงฮยอนทำร้ายจิตใจของจียงซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักพอเสียที




ทั้งคู่นั่งเงียบอยู่นาน ซึงฮยอนรู้ว่าจียงไม่มีทางเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาเองแน่ๆ มันเป็นเกมแข่งความอดทน และซึงฮยอนมักจะเป็นฝ่ายแพ้เสียทุกครั้งไป ในที่สุด เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดหรือโกรธเคือง ขณะที่จียงยังคงนั่งเงียบ ทำเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตน




“กลับบ้านเถอะ”




จียงส่ายหน้าไปมา




“แล้วจะอยู่ที่นี่?”




เงียบ...




จียงได้ยินซึงฮยอนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ได้อยากจะประชด แต่เขายังไม่อยากกลับบ้านไปพร้อมกับซึงฮยอนในตอนนี้ ไปอยู่ในที่ที่มีแต่ความเงียบเหงาและว้าเหว่เจียนขาดใจ อีกอย่าง ซึงฮยอนเป็นคนไล่เขาออกมาเอง ถึงเขาจะคิดถึงซึงฮยอนมากมายแค่ไหน แต่ก็ไม่อยากฝืนใจใคร จียงไม่อยากกลับไปทั้งที่ซึงฮยอนยังไม่เข้าใจความจริงระหว่างจียงกับซึงริ ไม่อยากกลับไปเพียงเพราะพันธนาการที่ซึงฮยอนตัดทิ้งไปไม่ได้




“งั้นพี่อยู่ด้วย” ซึงฮยอนพูดหน้าตาเฉย ก่อนจะฉุดร่างเพรียวบางให้ไปด้วยกัน จียงขัดขืนไม่ได้เหมือนเคย ทั้งคู่เดินสวนกับแทบินที่เดินกลับเข้ามาในห้องอาหารพอดี ร่างสูงโค้งให้พี่ชายของเพื่อนสนิทแทนคำขอบคุณ แทบินพยักหน้ารับยิ้มๆ




ความจริงก็ไม่อยากปล่อยให้จียงไปกับไอ้ความรู้สึกช้านี่นักหรอก อยากให้ซึงฮยอนทรมานมากกว่านี้อีกสักหน่อย แต่จะให้ทำยังไงได้ อุตส่าห์ลงทุนวิ่งตากฝนตามหาจียงไปทั่วแบบนั้น นี่ถ้ามันไม่โทรมาขอโดดประชุมและเขาก็เห็นกับตาว่ามันกลับเข้ามาในบริษัทด้วยสภาพเปียกโชก เขาจะไม่มีวันยอมใจอ่อนแน่ๆ




เพราะควอนจียงน่ารัก...น่ารักมาก




น่ารักจนอดเสียดายลึกๆ ไม่ได้




ไม่อยากให้จียงกลับไปอยู่กับคนโง่อย่างนั้นเลยจริงๆ ให้ตายสิ!





.




.




คืนนี้อากาศค่อนข้างเย็น แต่ก็ไม่หนาวถึงขนาดต้องเปิดฮีตเตอร์ จียงนั่งลงที่ปลายเตียง ร่างสูงใหญ่ของซึงฮยอนยืนอยู่ตรงหน้า หากแต่ข้อมือเรียวยังตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายจนรู้สึกถึงความชื้นที่ซึมผ่านผิวเนื้อ อบอุ่นจนเกือบจะกลายเป็นร้อนรุ่ม ตาเรียวช้อนขึ้นมองคนตัวโตกว่า เพิ่งสังเกตเห็นรอยแดงจางๆ บนใบหน้าซีดๆ นั้น ไม่รู้สาเหตุที่ซึงฮยอนหน้าซีดเซียวผิดปกติ รับรู้แค่ความรู้สึกผิดที่เต็มตื้นอยู่ในอก แม้ความจริงแล้วจียงไม่ได้ผิดอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่ก็อดเป็นห่วงความรู้สึกของซึงฮยอนไม่ได้ อาจจะเป็นครั้งแรกที่แววตาของจียงที่ใช้มองซึงฮยอนเต็มไปด้วยความห่วงใย ลบล้างความเจ็บปวดจนเกือบหมดสิ้น แต่กระนั้น ซึงฮยอนก็กลับเงียบแล้วเอาแต่เหม่อมองออกไปนอกระเบียง




มองไปที่อื่น...ทั้งๆ ที่ยังรั้งจียงไว้ไม่ให้ไปไหน




จียงกระตุกข้อมือเล็กน้อย ก่อนที่ซึงฮยอนจะหันกลับมา แล้วทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า สายตาคมนั้นอยู่ระดับต่ำกว่า แต่กลับใกล้เสียจนหัวใจเต้นรัว ยิ่งเห็นแววตาของซึงฮยอน จากที่เคยเฉยชา กลับกลายมาเป็นอ่อนโยนอีกครั้ง จียงก็อ่อนปวกเปียก มีเรี่ยวแรงเพียงแค่สัมผัสฝ่ามือลงบนรอยแดงบนใบหน้าของอีกฝ่ายเท่านั้น




“น่าจะตบให้แรงกว่านี้อีกนะ” ซึงฮยอนบอกเสียงเรียบ...ไม่ได้ประชด เขาคิดอย่างที่พูดจริงๆ เขาเชื่อคำพูดของจียงมากกว่าสายตาของตัวเอง ถ้าจียงบอกว่าไม่ได้มีอะไรกับซึงริ ก็คือไม่มีอะไรจริงๆ แต่เขาผิดเองที่งี่เง่า สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง จนเผลอออกปากไล่จียงออกมาจากห้อง ใช้เวลาครู่ใหญ่ๆ เพื่อค้นหาคำตอบที่แท้จริงของความรู้สึกแปลกๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้น




ตอนเห็นภาพนั้น เขารู้สึกเหมือนร่างกายแตกร้าวจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงยืน เกือบเดินเข้าไปซัดหน้าไอ้เด็กซึงรินั่นอยู่แล้ว




ซึงฮยอนไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร




แต่การค้นหาคำตอบ ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าควานหาเข็มเล่มเล็กๆ ในวังน้ำวน พอซึงฮยอนรู้ตัวอีกที จียงก็หายตัวไปแล้ว เขาตัดสินใจออกตามหาจียงท่ามกลางสายฝน เพราะรู้ว่ารถคันหรูของเขาช่วยอะไรไม่ได้เลยในยามที่การจราจรติดขัดอย่างรุนแรงเช่นนี้ เขาไม่ได้นึกถึงตัวเองเลยสักนิด ในใจคิดแต่เพียงว่า ต่อให้จียงจะตบหน้าเขาแรงกว่านี้อีกสักพันครั้ง เขาก็ยอม ถ้าหากว่านั่นจะทำให้จียงกลับมาอยู่กับเขาเหมือนเดิม




เป็นครั้งแรกที่พระเจ้าไม่เพิกเฉยต่อคำภาวนาของเขา




“ขอโทษ...เจ็บมากหรือเปล่า?” จียงกระซิบถามเสียงสั่น




ซึงฮยอนส่ายหน้าช้าๆ...เขาต่างหากที่ควรถามจียงว่า ‘เจ็บมากหรือเปล่า’ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตลอดเวลาที่จียงอดทนอยู่กับคนใจร้ายอย่างเขา จียงเจ็บมากแค่ไหน




“พี่ตัวร้อนจัง” จียงขมวดคิ้วมุ่น อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งหรือสององศา แต่รู้สึกราวกับสัมผัสของร้อนจัด ริมฝีปากไร้สีเลือดนั้นระบายยิ้มอ่อนๆ แล้วบอกว่าไม่เป็นไร แม้จะรู้ตัวว่าตอนนี้ไข้ขึ้นสูงมากเหตุเพราะวิ่งตากฝนเป็นชั่วโมงๆ เขาไม่อยากให้จียงมาเดือดร้อนอะไรกับอาการป่วยของเขามากนัก อีกอย่าง แค่ได้เห็นหน้าจียง ได้รู้ว่าจียงปลอดภัย เจ็บหนักสักแค่ไหน ก็ถือว่าคุ้มค่า




“นอนพักก่อนดีกว่านะ” ไม่ได้เอ่ยถามสักคำว่าทำไมอยู่ๆ ถึงได้ไม่สบาย แค่เห็นหน้าซีดๆ ของซึงฮยอน จียงก็ใจไม่ดีแล้ว ไม่เคยเห็นซึงฮยอนป่วยมาก่อน เพราะจียงเองก็ดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของซึงฮยอนมาตลอด ถึงแม้ว่าจะดูแลได้ไม่ดีเหมือนตอนที่พี่ฮโยรีอยู่ก็ตาม




ร่างสูงนั่งนิ่ง ไม่ได้ทำตามที่จียงบอก เขาเลื่อนมือขึ้นลูบเส้นผมสีน้ำตาลเบาๆ ทั้งที่ปวดศีรษะและปวดกระบอกตาจนแทบจะเปิดเปลือกตาไม่ไหว โดนพิษจากน้ำฝนเย็นเฉียบเล่นงานหนักเอาการ แต่กระนั้นก็ยังอยากมองใบหน้าเนียนใสของจียงให้เต็มตา แค่อยากมั่นใจว่าจียงหายโกรธแล้ว และจะไม่หนีเขาไปไหนอีก




และเมื่อซึงฮยอนยังดื้อด้านนัก จียงจึงพยุงร่างใหญ่กว่านั้นให้ลุกขึ้นก่อนที่จะอาการแย่ไปกว่านี้ แต่เพียงแค่ซึงฮยอนทรงตัวได้ เขาก็ดึงจียงเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว วงแขนของซึงฮยอนรัดรึงร่างเพรียวบางแน่นหนา ซึงฮยอนค่อยๆ หลับตาลงแล้วซบหน้าลงบนเรือนผมสีน้ำตาล กลิ่นหอมจากเรือนร่างนี้ไม่เหมือนฮโยรี แต่ก็น่าหลงใหลจนกลัวว่ามันจะเจือจางลงสักวัน ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าตัวเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ได้ครอบครองทุกอย่างที่เป็นของควอนจียง รวมทั้งกลิ่นหอมนี้ด้วย...




เหมือนว่าประสาทสัมผัสของซึงฮยอนจะรับรู้เพียงกลิ่นหอมฟุ้งกำจาย แขนแข็งแรงที่โอบกอดร่างเล็กกว่าเอาไว้แน่น ค่อยๆ คลายออกทีละนิด จียงขมวดคิ้วมุ่นเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักตัวของอีกฝ่ายที่ทิ้งลงมาราวกับคนไร้เรี่ยวแรง และในที่สุด ร่างสูงนั้นก็ค่อยๆ ทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับดวงตาเรียวที่เบิกกว้างขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของซึงฮยอนชุ่มไปด้วยเหงื่อ หากทว่าไร้ซึ่งสีเลือด...เหมือนกำลังจะหมดลมหายใจในไม่ช้า







“พี่ซึงฮยอน!!”

 

 

 

 

 

 

 

TO BE CONTINUED
 

 

 

-----------------------------------

 

Talk : กรี๊ดดดดด มาต่อฟิคพร้อมธีมใหม่ค่ะ (ซึ่งมันก็มาแนวเดิม) ความจริงอยากใช้ธีมแบบต้นไม้ใบหญ้า แต่นั่งมิกซ์รูปเล่น อิจีสวยไม่ไหวแล้ว ต้องอันเชิญมาประดับบล็อกชั่วคราว มองรูปเฮดแล้วจิ้นฟิคอย่างมีความสุขมาก ฮ่าๆๆๆๆๆ


สำหรับตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้า มันยังอึนๆ เรื่อยๆ น่าเบื่อหน่ายนิดๆ ต่อไป ไม่รู้ว่าจะคุ้มกับที่หายไปเป็นแสนปีหรือเปล่า แต่ก็หวังว่าจะยังมีคนอ่านหลงเหลืออยู่นะคะ คนเดียวก็ยังดี TT^TT


ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์ค่า หายไปนานแต่ก็เข้ามาเช็คบล็อกเรื่อยๆ นะเออ แอบแวบมาดูคอมเมนท์บ้าง สามสี่วันได้หนึ่งคอมเมนท์ก็ดีใจแล้วค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕ ขอบคุณมากๆ นะคะ ^____^



ปล.เมื่อคืนฝันถึงอิจี สวยเลิศมาก

ปล.2 ความจริงมีอิเทมป์ในฝันด้วย แต่จำไม่ได้ว่าโผล่มาตอนไหน ฮ่าๆ

ปล.3 ไม่อยากรู้เกรดเทอมแรกของชีวิตมหาลัย กลัว TT^TT

ปล.4 ไม่อยากเปิดเทอมเลยจริงๆ ให้ตายสิ (ร้องไห้แรงกว่าข้อข้างบน)

ปล.5 ฟิควันเกิดอิเทมป์จะทันไหม?

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อุ๊แม่เจ้า มาต่อแล้ว
เปิดมาเจออัพ#4 ดีใจประหนึ่งเจอแจ๊ตพ็อต
sad smile confused smile sad smile confused smile


เข้ามาฟังเพลงในบล็อคนี้เปนประจำน๊ะเออ
เพลงเศร้า ฟิคก้ยิ่งเศร้าเข้าไปอีก

แต่ตอนนี้ยังอ่านไม่ได้อ่ะ แง๊~
ต้องออกไปข้างนอกก่อน เด๋วกลับมาถึงบ้าน
แล้วจะรีบเปิดคอมฯอ่านเรยทีเดียว

ขอบคุนไรต์เตอร์มากน๊ะค๊ะ

#1 By Yuki-Onna (58.8.92.134) on 2009-10-17 15:56

มาแล้ว...ตอนต่อมาที่รอคอย
อารมณ์เศร้าแสนปวดใจของจียงยังกระแทกใจอย่างต่อเนื่อง รู้สึกอินไปตามจียงมากๆ
จียงได้ร้องไห้ออกมาแล้วน่าจะสบายใจขึ้นนะ มีโอกาสได้หายใจโดยไม่รู้สึกอึดอัดแค่แป๊ปเีดียวเอง

ซึงฮยอนรีบๆหาคำตอบให้กับตัวเองเร็วๆซิ จะปฏิเสธความรู้สึกนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน ทำให้ภาพสะท้อนของฮิโยริหายไปจากจียงซะทีนะ

ขอบคุณไรเตอร์ที่เอาฟิคมาลงต่อนะคะ
เราชอบฟิคแนวแบบนี้มากๆ ค่อยๆอ่านละเลียดไปทุกตัวอักษร เก็บอารมณ์ของตัวละครให้หมดจนอินไปด้วย คุ้มค่าการรอคอยเลยค่ะ ไม่ได้กดดันนะคะแต่รออ่านตอนต่อไปอยู่จ้า

ปล.อยากรู้จังว่าซึงฮยอนพูดถึงจียงอย่างไรบ้างตอนเมาน่ะ

#2 By piyaa on 2009-10-17 16:09

มาแล้ว...ตอนต่อมาที่รอคอย
อารมณ์เศร้าแสนปวดใจของจียงยังกระแทกใจอย่างต่อเนื่อง รู้สึกอินไปตามจียงมากๆ
จียงได้ร้องไห้ออกมาแล้วน่าจะสบายใจขึ้นนะ มีโอกาสได้หายใจโดยไม่รู้สึกอึดอัดแค่แป๊ปเีดียวเอง

ซึงฮยอนรีบๆหาคำตอบให้กับตัวเองเร็วๆซิ จะปฏิเสธความรู้สึกนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน ทำให้ภาพสะท้อนของฮิโยริหายไปจากจียงซะทีนะ

ขอบคุณไรเตอร์ที่เอาฟิคมาลงต่อนะคะ
เราชอบฟิคแนวแบบนี้มากๆ ค่อยๆอ่านละเลียดไปทุกตัวอักษร เก็บอารมณ์ของตัวละครให้หมดจนอินไปด้วย คุ้มค่าการรอคอยเลยค่ะ ไม่ได้กดดันนะคะแต่รออ่านตอนต่อไปอยู่จ้า

ปล.อยากรู้จังว่าซึงฮยอนพูดถึงจียงอย่างไรบ้างตอนเมาน่ะ

#3 By piyaa on 2009-10-17 16:09

ในที่สุดก็มาแล้วววววว ....รอมานาน แต่ก็จะรอต่ไป TT

ตอนนี้ก็ยังสงสารจียง....บีบหัวใจอีกแล้ว...พี่แทบินนนนน มาคอยอยู่ข้างๆจียง!!

ตอนจีร้องไห้ๆแบบว่ามันสุดๆ....คงไม่ได้ร้องไห้อย่างสบายใจแบบนี้มานานเเล้วสินะ ...จะร้องตามTT...ชอบสำนวนมากจริงๆค่ะ....ทำไมซึงฮยอนไม่เป็นคนที่อยู่เช็ดน้ำตาให้จียงเลยสักครั้ง...TT คิดเเล้วเจ็บปวดตามจี


ตอนที่รู้ว่าซึงฮยอนตามหาจีกลางสายฝนก็แอบสะใจนะ...จะได้รู้ซะบ้างเวลาจีหายไปจะเป็นยังไง...ใจนึงไม่อยากให้จีกลับไปเลย กลัวจีจะเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม แต่ก็นะ...จีรักซึงฮยอนอ้ะ TT

แล้สทำไมซึงฮยอนเพิ่งจะรู้ตัวหรอไง...ว่าจีกับฮโยรีมันไม่ใช่คนเดียวกันและไม่วันแทนกันได้...แกคิดได้แล้วใช่ไหม? TT....อย่าทรมานจีอีกเลย รักกันๆซะที อ่านเเล้วอึดอัดเเทน...55555

--------

ธีมใหม่+เฮด+เพลง....ทำให้การอ่านฟิคยิ่งเศร้าเลยค่า TT.......มันเข้ากันได้ดีจริงๆ


จะรอต่อนต่อไปนะคะ...เป็นฟิคที่ชอบมากๆเลย ชอบการเขียน สำนวน สไตล์แบบนี้อ้ะค่ะ มันสื่อถึงอารมณ์ได้ดีมาก อินจริงๆ T^T

#4 By nyappy_pp on 2009-10-17 16:51

อัพแล้วๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดดด
แบบว่าแอบเชียร์พี่แทบินอยู่ลึกๆนะจิงๆแล้ว 555

ตาเชวดูหัวช้าอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

สงสารจียงมากกกกก
ยิ่งฉากร้องไห้คนเดียวนี่แบบ
โอ๊ย อ่อนไหวเลย

#5 By PEACE on 2009-10-17 20:53

เง้อออออออออออ ~
เมื่อไหร่เทมป์จะรู้ใจตัวเอง

สงสารจียงใจจะขาดด

รีบๆมาต่อเถอะน่ะค่ะ
กำลังอินเลยทีเดียว

ไรท์เตอร์สู้ ๆน้า
เป็นกำลังใจให้จ้า +

#6 By PIYA (118.172.95.17) on 2009-10-17 21:40

จีร้องไห้ได้น่าสงสารมาก

เทมป์รู้ใจตัวเองแล้วใช่มั้ย

ว่าความจริงแล้วตัวเองน่ะรักจียง

ดีใจมากที่ทั้งสองเจอกัน

อยากให้เทมป์บอกรักจียงเร็วๆจังเลยค่ะ

ขอบคุณนะคะที่มาต่อ

คิดถึงและติดตามอยู่ค่ะ

ทั้งสองเรื่องเลยนะคะ

ไรท์เตอร์ไฟท์ติ้งนะคะ

รอต่อไปค่ะ

#7 By nubeer on 2009-10-18 01:52

เย้เย้ ดีใจๆ มาต่อแล้ว ^^

ตอนนี้ โฮกกก จะเรียกว่าไงดี
สงสารหรือสมน้ำหน้าคุณชึงฮยอนเค้าดีละ= ='

เห้อ ออ สงสารจีมากก
ชอบประโยคนี่จัง

"เขาจะเช็ดน้ำตาให้จียงอย่างอ่อนโยน เหมือนอย่างที่คุณแทบินทำอยู่ตอนนี้หรือเปล่า? "

คุเชวค่ะ รุตีวเองได้แล้วคร้า า
กรีีดอินจัด ! 55

ไรเตอร์จ๋ามาต่อเรเร็วนะ ^^ สุ้ๆ

#8 By MNS (58.9.143.35) on 2009-10-22 22:49

ตอนเห็นภาพนั้น เขารู้สึกเหมือนร่างกายแตกร้าวจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงยืน เกือบเดินเข้าไปซัดหน้าไอ้เด็กซึงรินั่นอยู่แล้ว




ซึงฮยอนไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร


*เขวี้ยงหนังสือผู้ชายสีม่วงใส่ชเวซึงฮยอน*

รู้หรือยังยะว่าเป็นอะไรห๊า ?



ไม่ได้ดั่งใจเล๊ย!อยากเข้าไปง้างปาก อมอะไรกันไว้อยู่หื้อ? จะพูดกันทียิ่งกว่าลุ้นมวย เซื่องซึมงึมงำทั้งคู่อย่างนี้ปาไป20ตอนก็ยังไม่ได้รักกันหรอก ย้ากกกก คนอ่านเหนื่อย

ยูบิน แทบิน ซึงริดูจะเป็นงานเป็นการกว่ามาก ฮืออ สู้ๆตัวประกอบทุกคน ปล่อยตัวเอกทั้งสองมืดมนเข้าถ้ำไป เข้าไปทำไรไม่รู้ ป่วยด้วย เขาว่าจะเห็นใจกันตอนป่วยนี่แหละ กรั่กๆ question

#9 By blank on 2009-11-04 14:10

ขอเสียมารยาทเม้นรวมสำหรับเรื่องนี้น้า

ก่อนอื่นขอชมก่อนว่า...น้องใช้คำสละสลวยดี ไม่วกวน เวลาอ่านมันsmooth อ่ะ

พ๊อตเรื่องก้อโอนะ

พี่ขอเม้นในเรื่องการเขียนนะเพราะเรื่องพ๊อตคนเม้นเยอะแล้ว
***ชื่นชมจากใจจ้ะ ฝีมือเกินตัว พี่ขอสมัครเป็น fan fic ขาประจำน้า


#10 By blackwing (115.67.4.28) on 2009-11-06 14:29


T^T

ซึงฮยอนใจร้าย ~

ใจร้ายจนอยากให้พี่แทบินเป็นคนมาดูแลจียงแทน

แต่ยังงัยคนที่รัก ก็คือคนที่รักสินะ

เพราะอย่างงั้น ไม่ว่าใครก็คงแทนที่ซึงฮยอนไม่ได้


#11 By natsu (58.10.9.205) on 2009-11-14 18:12