[Fic BB] ...Mirror : Chapter 3... [T.O.P x G-Dragon]
posted on 06 Aug 2009 10:02 by believes-fiction in Bigbang-Fictions
Title : Mirror
Pairing : Choi Seunghyun x Kwon Jiyong
Rating : PG-NC
Gerne : Romantic/Drama
Author : Believe
Chapter 3
“ซึงริ เคยบอกชอบผม”
เสียงใสๆ ของจียงเบายิ่งกว่าเสียงจากเครื่องปรับอากาศ แต่กลับชัดเจนและดังก้องในใจของอีกคน ก่อนจะถูกซ้อนทับด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของซึงริและรอยยิ้มของจียงที่เล่นซ้ำไปซ้ำมาเหมือนละครฉากเดิม ซึงฮยอนไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรที่ได้ยินคำพูดนี้ ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ ไม่ได้รู้สึกเฉยๆ ทุกอย่างเหมือนจะตันไปหมด จนกระทั่งจียงค่อยๆ วางมือลงบนบ่าของเขา ในที่สุด นัยน์ตาสีอ่อนคู่นั้นก็ยอมสบกับดวงตาคม จียงพยายามค้นหาความหวั่นไหวในดวงตาสีดำสนิทนั่น แต่ก็พบกับความว่างเปล่าพร้อมๆ กับความผิดหวังที่ก่อตัวสูงขึ้นแทบล้นทะลัก
ความจริงแล้ว...ควอนจียงไม่ควรจะหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ
“ตอนนี้ เขาก็ยังชอบอยู่” ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบอกไปทำไม...ก็แค่คิดว่า ในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง ซึงฮยอนก็ควรมีสิทธิ์รับรู้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ตาม
“เวลาเธออยู่กับซึงริ ดูมีความสุขดีนะ” ซึงฮยอนไม่แน่ใจว่าเสียงของเขาดังเท่าเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศหรือเปล่า...อาจจะดังกว่าแค่เล็กน้อย เพราะเขาได้ยินเสียงตัวเองไม่ถนัดนัก แต่น่าแปลกที่จียงทำหน้าเหมือนเข้าใจในทุกถ้อยคำนั้นอย่างชัดเจน ก่อนจะเดินเลี่ยงไปนั่งลงที่โซฟา อย่างน้อย ก็ไม่ต้องทนเห็นแววตาอ่อนโยนของซึงฮยอน...ยิ่งเห็นก็ยิ่งเจ็บปวด
“ใช่ ซึงริน่ะ ร่าเริงมาก ทำให้ผมลืมคิดถึงเรื่องเดิมๆ” เหมือนเวลาที่ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรืออะไรก็ตามที่จียงพยายามทำเพื่อให้ภาพของซึงฮยอนเจือจางลงจากความคิด ซึงริทำให้จียงลืมความเจ็บช้ำไปชั่วขณะหนึ่ง
แต่มันก็แค่ขณะหนึ่งเท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้น พี่ว่า...”
“พี่ซึงฮยอนก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้” จียงหลับตาช้าๆ แค่ซึงฮยอนทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรก็แย่มากพอแล้ว นี่ยังจะผลักไสเขาไปให้คนอื่นอีก การที่เขาอยู่กับซึงฮยอน มันเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสขนาดนั้นเลยหรือ? จียงไม่เคยเรียกร้องให้ซึงฮยอนหันมารัก อยู่กับความเจ็บปวดเงียบๆ ลำพัง เจ็บแค่ไหนซึงฮยอนไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ ถ้าอยากให้เขาออกไปจากชีวิตมากขนาดนั้น ก็ฆ่าเขาให้ตายเลยเสียยังจะดีกว่า
“จียง...พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
รู้เหรอว่าจียงกำลังคิดอะไร?
“ก็แค่คิดว่า...เธออาจจะมีความสุขมากกว่าอยู่กับคนอย่างพี่”
ท่าทีของซึงฮยอนอ่อนลงมากเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรบางอย่างผิดไป หากแต่นั่นไม่ได้ทำให้จียงรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ความรู้สึกที่เสียไป ทำอย่างไรมันก็ไม่มีทางกลับคืนมาได้ ซึงฮยอนเองก็รู้ดี แล้วทำไมถึงชอบทำร้ายจียงให้เจ็บช้ำน้ำใจอยู่เรื่อย ยิ่งได้ฟังคำพูดที่เหมือนจะหวังดี จียงก็อยากจะหยิบมีดมาแทงตัวเองให้ตายลงตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอดกันไปซะ มือเรียวกำแน่น เปลือกตาบางเปิดขึ้นเชื่องช้า
“ผมไม่อยากทำร้ายซึงริ..”
ซึงฮยอนยืนนิ่ง...
แล้วคิดว่าเขาอยากทำร้ายจียงมากนักหรือไง?
.
.
ซึงฮยอนออกไปทำงานโดยไม่ได้แตะต้องอาหารเช้าที่จียงเตรียมไว้ให้ จียงไม่รู้เหตุผล ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ซึงฮยอนแปลกไป เมื่อคืนนี้ก็เอาแต่ขลุกอยู่ในห้องทำงาน นาฬิกาบอกเวลาตีสองกว่าก่อนที่จียงจะผล็อยหลับไป ตอนที่จียงตื่นมาทำอาหารเช้า ก็เห็นผ้าปูที่นอนยังเรียบตึง ถ้าซึงฮยอนไม่นอนในห้องทำงาน ก็หมายความว่าไม่ได้นอนทั้งคืน จียงเองก็ไม่ได้ถือวิสาสะเข้าไปในห้องทำงานของซึงฮยอนด้วย เห็นเพียงแค่ซึงฮยอนตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปทำงานโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ
เช้าวันนี้จียงจึงไม่จำเป็นต้องทำอาหารจานที่สองเผื่อให้ตัวเอง เขานั่งเขี่ยข้าวต้มปลาในชาม นานๆ ถึงจะตักเข้าปากสักคำ ซึงฮยอนโกหกหรือเปล่านะที่เคยบอกว่าจียงทำอาหารอร่อยที่สุดในโลก เพราะจียงรู้สึกว่ารสชาติมันฝาดเฝื่อนจนแทบจะกลืนไม่ลง จนกระทั่งข้าวต้มเย็นชืด ก็ยังพร่องลงไปไม่ถึงครึ่งชาม แต่สุดท้ายจียงก็ฝืนกินจนหมดจนได้ เขาเหลือบมองนาฬิกาแวบหนึ่งเสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้น
ร่างเพรียวบางวิ่งไปเปิดประตูทันที พร้อมกับรอยยิ้มกว้างของเด็กหนุ่มที่ส่งมาแทนคำทักทาย ในมือนั้นมีถุงใบใหญ่หลายใบ คิดว่าคงเป็นขนมขบเคี้ยวที่เจ้าตัวเหมามาจากร้านสะดวกซื้อ จียงเป็นคนชวนซึงริมาดูหนังที่ห้องแทนที่จะไปบ้านของซึงริ ในเมื่อซึงฮยอนไม่อนุญาตให้จียงออกไปไหนเอง เขาตัดสินใจอย่างนี้ คงไม่ผิดอะไรมากนัก
จียงไม่ได้พูดอะไร เขาเดินนำซึงริเข้ามาในห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มๆ ส่วนซึงริก็มองไปรอบๆ ห้องชุดส่วนตัวที่หรูหราและกว้างจนไม่กล้าอยู่คนเดียว...ถึงจียงจะอยู่กับพี่ชาย แต่ซึงริก็พอจะรู้ว่ามันไม่ได้ต่างอะไรกับอยู่คนเดียวนัก แค่คิดก็รู้สึกเป็นห่วงจียงขึ้นมาจับใจ
แล้วพี่ชายคนนั้น...จะเป็นห่วงจียงเหมือนกันหรือเปล่า?
ซึงริไม่ใส่ใจจะหาคำตอบ เวลาที่เขาจะได้อยู่กับจียงสองคนแบบนี้ถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ไม่อยากเสียมันไปเพราะเอาแต่คิดเรื่องคนอื่น เขารื้อของในถุงออกมาวางบนโต๊ะ มีดีวีดีหนังหลายเรื่อง ขนมห่อใหญ่ กระป๋องน้ำอัดลม น้ำผลไม้ แล้วก็...
นั่นเบียร์??
ตาเรียวปรายมองกระป๋องบรรจุเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่นแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้เอ่ยถาม เกือบลืมไปเลยว่าซึงริเองก็เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะดื่มแอลกอฮอล์ จียงต่างหากที่เอาแต่อยู่กับตัวเองมากเกินไป ดื่มอย่างมากก็แค่ไวน์ และจะแตะต้องเฉพาะเวลาที่ซึงฮยอนพาไปงานเลี้ยงเท่านั้น
แต่กระนั้น ซึงฮยอนก็ยังไม่ชอบให้จียงดื่มอยู่ดี
ความสนใจทั้งหมดของควอนจียงตกอยู่ที่หนังเกาหลีแนวรักโรแมนติก ขณะที่ซึงรินั้น ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างเบียร์รสนุ่มกับเรื่องราวในจอ เขาไม่ค่อยชอบดูหนังแนวนี้เท่าไหร่ แต่ในเมื่อหนังตลกจียงก็ไม่ขำ แล้วเขาไม่อยากให้จียงดูหนังเครียดๆ หนังแนวรักโรแมนติกจึงแลดูเหมาะสมที่สุด ซึงริเปิดเบียร์กระป๋องที่สามทั้งที่หนังยังดำเนินไปไม่ถึงครึ่งเรื่อง
แต่ยังไม่ทันจะได้สาดลงคอ ก็รู้สึกถึงสัมผัสที่เย็นเฉียบกว่ากระป๋องเบียร์แตะลงบนมือ เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือเรียวนั้น ใบหน้าใสที่อยู่ใกล้จนแทบจะนับจำนวนขนตาได้ทำให้ซึงริชะงักค้าง ทว่าจียงกลับก้มหน้าลง พยายามจะดึงกระป๋องเบียร์ออกจากมือของซึงริ
“พี่จียงจะทำอะไรครับ?”
“ดื่มเยอะ มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ” จียงออกแรงดึงอีกครั้ง แต่ซึงริกลับยึดไว้แน่น เมื่อรู้ตัวว่าถูกแกล้ง จียงก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งคู่ยื้อกระป๋องเบียร์ไปมา จนในที่สุดเมื่อจียงกระชากกระป๋องสุดแรง น้ำสีอ่อนก็กระฉอกออกมาเลอะเสื้อสีขาวบางของตัวเองจนได้ ซึงริเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบก้มหัวขอโทษจียงเป็นการใหญ่ ร่างบางได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ
“ไม่เป็นไรๆ งั้นซึงริเข้าไปหยิบเสื้อในห้องให้พี่หน่อยนะ พี่จะไปล้างตัวก่อน”
ซึงริพยักหน้ารับ แล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน เขาเปิดประตูตู้เสื้อผ้าทุกบาน อดสอดสายตาสำรวจพื้นที่ส่วนตัวนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้เข้ามาก็คงจะไม่รู้ว่าจียงกับพี่ชายคนนั้นนอนห้องเดียวกัน...เตียงเดียวกันด้วย...พี่ชายแน่เหรอ? แต่ท่าทางของพี่ซึงฮยอนกับจียงก็ไม่ได้ดูมีอะไรเป็นพิเศษไปกว่าพี่น้องจริงๆ ออกจะห่างเหินกันผิดปกติด้วยซ้ำ
แปลกแฮะ...
ส่ายหัวไปมาไล่ความคิดไร้สาระ คว้าเสื้อยืดสีดำได้ก็เดินออกมาจากห้อง ได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากทางห้องครัว จียงเปียกแค่ท่อนบน คงไม่จำเป็นต้องไปอาบน้ำใหม่ ซึงรินั่งรออยู่ที่โซฟา เพียงครู่เดียวจียงก็เดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูที่คลุมตัวอยู่ แล้วทิ้งตัวลงข้างๆ กับซึงริ
“ซึงริ นี่มันเสื้อพี่ซึงฮยอนนะ” จียงว่ายิ้มๆ เล่นเอาซึงรินั่นเก้อไปหลายวินาที ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องอีกครั้ง แล้วหาเสื้อตัวใหม่ให้กับจียง เขามัวแต่เหม่อเรื่องอะไรอยู่นะ แค่เสื้อตัวเดียวก็ดันหยิบผิด แล้วตู้เสื้อผ้านี่มีไว้เก็บเสื้อผ้าของซึงฮยอนอย่างเดียวหรือไง ทำไมถึงหาชุดของจียงไม่เจอเลยสักตัว
“เสื้อของพี่อยู่ตรงนั้น”
เด็กหนุ่มลุกพรวดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงใสๆ ที่ดังอยู่ใกล้ๆ แต่เพราะไม่รู้ว่าร่างเพรียวบางมาหยุดยืนอยู่ทางด้านหลัง ทำให้ร่างของเขาชนกับเจ้าของห้องเข้าเต็มๆ ซึงริหันไปมองร่างเพรียวที่ล้มลงไปกองกับพื้น ผ้าขนหนูหลุดร่วงจากไหล่บาง แล้วก็แทบจะเอาหัวโขกตู้เสื้อผ้า ทำไมวันนี้เขาถึงได้ซุ่มซ่ามนักนะ ปกติเสิร์ฟกาแฟเป็นร้อยๆ แก้วก็ไม่เห็นเคยมีอะไรเสียหาย แต่พอมาห้องจียงแค่ครั้งเดียว ทำเอาเจ้าของห้องทั้งเลอะเทอะ ทั้งเจ็บตัว
“พี่จียง เป็นอะไรหรือเปล่า? ผมขอโทษ...” ซึงริปราดเข้าไปประคองรุ่นพี่ร่างบาง หากแต่ท้ายประโยคนั้นแผ่วเบา เพราะมือที่แตะลงบนผิวกายขาวจัดของจียง ท่อนบนไร้เสื้อผ้าปกปิด ร่างเพรียวบางที่อยู่ในวงแขนของเขา แม้จะเป็นแค่ความบังเอิญที่ทำให้เขาได้ใกล้จียงขนาดนี้ แต่มันก็ไกลเกินกว่าที่เคยหวังไว้มากเหลือเกิน เขาทอดตาลงมองอีกคนแล้วหัวใจก็เต้นแรงจนห้ามไม่อยู่ หากแต่จียงกลับไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น เพียงแค่พูดว่าไม่เป็นไรเบาๆ แล้วสำรวจร่างกายตัวเองว่ามีรอยฟกช้ำหรือไม่ จียงไม่ได้รู้สึกด้วยซ้ำว่าซึงริยังไม่ยอมคลายวงแขนออก
“พี่จียง...”
“หือ?” ทันทีที่จียงเงยหน้าขึ้น ก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรต่ออีกแล้ว สายตาของซึงริ...ไร้แววซุกซนอย่างเคย ทำให้จียงรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ไม่กล้าคาดเดาว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร
ซึงริก็แค่...ชอบจียงแค่นั้นเองไม่ใช่หรือ?
เขาคงไม่กล้า...
“ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะ”
จียงสะดุ้งเฮือกแล้วเป็นฝ่ายผลักซึงริให้ออกห่าง เมื่อเสียงทุ้มใหญ่ราบเรียบเสียดแทงเข้ามาในโสตประสาท เด็กหนุ่มเองก็เหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวขึ้น ซึงริไม่กล้าสบตาจียงเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ความรู้สึกผิดมันเอ่อขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบสำลักตาย เขากระซิบคำขอโทษกับจียงเบาๆ หันไปโค้งให้ซึงฮยอนอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วรีบออกจากห้องไปทันที
เขาไม่ได้กลัวซึงฮยอน...ไม่เคยกลัวเลยสักนิด เพียงแต่ละอายใจที่เผลอล่วงเกินจียงไปแบบนั้น ละอายใจจนทำอะไรไม่ถูก
ซึงริกลัวจะถูกจียงเกลียด
มือเรียวหยิบเสื้อยืดสีชมพูอ่อนขึ้นมาสวม ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรหรือทำอะไรกับสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดเช่นนี้ ความจริงอยากจะรั้งซึงริให้อยู่ต่อ ดีกว่าอยู่อย่างอึดอัดกับซึงฮยอนสองต่อสองแบบนี้ ดวงตาคมนั้น มองผ่านแค่แวบเดียวก็แทงทะลุไปถึงกระดูก มันก็สมควรแล้วที่ซึงฮยอนจะโกรธขนาดนั้น ภาพของจียงกับซึงริเมื่อครู่ ต่อให้โง่แค่ไหนก็ยังดูออกว่ากำลังทำอะไรกัน อธิบายความจริงไปก็เหมือนแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เปล่าๆ
“จะทำอะไรพี่ไม่ว่าหรอก แต่ขอร้อง...นี่มันเตียงของพี่นะจียง”
จียงกำมือแน่น พูดแรงขนาดนี้ เดินมาตบหน้าเลยจะดีกว่าไหม?
เพี้ยะ!!
เสียงฝ่ามือกระทบกับผิวแก้ม...มือเรียวขาว ฟาดลงบนใบหน้าของซึงฮยอนเต็มแรง แต่เชื่อเถอะว่าซึงฮยอนไม่เจ็บเลยสักนิด คงไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ หากจะเทียบกับจียง ที่จุกร้าวไปทั้งอกเหมือนถูกหินก้อนใหญ่กระแทกแรงๆ ดวงตาเรียวกะพริบถี่ๆ เพื่อไล่น้ำตาให้ไหลย้อนกลับลงไปที่เดิม ไม่ได้ตั้งใจตบหน้า แต่คำพูดของซึงฮยอนนั้นแรงเกินกว่าที่จียงจะยืนเฉยได้ เท่าที่ผ่านมาก็เจ็บปวดมากพออยู่แล้ว ทำไมซึงฮยอนต้องซ้ำเติมบาดแผลให้มันยิ่งลึกลงไปอีก
ไม่ได้ทำร้ายจิตใจจียงสักวัน มันจะตายให้ได้งั้นสิ
“เสื้อผมเลอะเบียร์ เลยให้ซึงริเลยเข้ามาเอาเสื้อในห้อง แต่เขาหาไม่เจอสักที ผมเลยมาช่วย ไม่ทันระวังเลยชนกับซึงริเข้า เขาก็แค่เข้ามาช่วยประคอง ก็เท่านั้น” จียงรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าเหลือเกินที่ตัดสินใจเล่าความจริงให้ซึงฮยอนฟัง เรื่องราวโยงกันไปมายิ่งกว่านิยาย เป็นข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นที่สุด นอกจากซึงฮยอนจะไม่เชื่อแล้ว คงจะหาคำพูดมาประชดประชันจียงอีกเหมือนเคย...ก็ดีเหมือนกัน...คราวนี้เอาให้กระอักเลือดตายไปเลยยิ่งดี
“พี่ขออยู่คนเดียวสักพักนะ”
รู้ตัวอีกที...บานประตูก็กั้นเขาและซึงฮยอนออกจากกันเสียแล้ว
สักพักของพี่...
หมายถึงตลอดชีวิตของผมหรือเปล่า?
.
.
สวนสาธารณะกลางเมืองคือสถานที่ที่จียงเลือกที่จะมานั่งคิดอะไรเงียบๆ ลำพัง ในสมองวกไปวนมาอยู่เพียงเรื่องเดียว ไม่เข้าใจความหมายที่ซึงฮยอนต้องการสื่อ ไม่เข้าใจว่าทำไมซึงฮยอนถึงต้องการอยู่คนเดียว แต่คำพูดนั้นมันทำให้จียงไม่อยากกลับไปที่คอนโดฯ อีกแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่มีที่ไป ไม่มีญาติหรือเพื่อนสนิทที่พอจะพึ่งได้ ถ้าเป็นซึงริ...เขาเองก็ยังไม่พร้อมจะเจอซึงริในตอนนี้ ซึงริเองก็คงเหมือนกัน
เงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฝนทำท่าจะตกลงมาในอีกไม่นาน แต่จียงก็ยังไม่คิดจะกลับคอนโดฯ อยู่ดี อย่างน้อย ไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าให้เวลาผ่านไปยังมีค่ากว่ากลับเข้าไปเผชิญหน้ากับคนใจร้ายนั่น จะว่าไปมันก็ตลกดีเหมือนกัน อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของเขาแล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซึงฮยอนก็เหมือนจะยิ่งห่างไกลกันออกไปทุกทีๆ จียงไม่กล้าคาดเดาเลยว่า อีกสามวันข้างหน้า เขาต้องร้องเพลงวันเกิดให้ตัวเองฟังหรือเปล่า
บัตรเครดิตที่ซึงฮยอนให้ติดตัวไว้ไม่มีความหมายอะไรเลย ในเมื่อจียงไม่เคยคิดจะใช้ตั้งแต่แรก เขาเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย ก่อนสายตาจะหยุดลงที่หญิงสาวท่าทางคุ้นตาในร้านรองเท้ายี่ห้อดัง พนักงานกำลังลองสวมรองเท้าส้นสูงสีดำให้เธอ ครู่หนึ่ง จียงก็นึกออกว่าเธอเป็นใคร แต่ไม่คิดจะเข้าไปทักทาย เพียงแค่หยุดมองท่าทางมาดมั่นแต่แฝงความนอบน้อมลึกๆ ของเธอ แล้วเดินผ่านเลยไปเหมือนเธอไม่เคยผ่านเข้ามาในสายตา
ขอบคุณเงินสดจำนวนไม่น้อยในกระเป๋าที่ช่วยให้จียงอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ในสถานการณ์ที่ต้องอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างรุนแรง กระดิกตัวออกจากห้างสรรพรสินค้าแห่งนี้ไม่ได้เลย ร่างเพรียวนั่งอยู่ในร้านเบเกอรี่ ช็อคโกแลตร้อนวางอยู่ตรงหน้า ไอสีขาวหอมกรุ่นของมันลอยขึ้นแตะจมูก เชิญชวนให้ลิ้มลอง แต่จียงยังมองเห็นว่าสายฝนเย็นเฉียบด้านนอกนั้นน่าสนใจกว่าอยู่ดี
ออกไปเล่นน้ำฝนดีไหมนะ...
ร่างเพรียวบางมาหยุดยืนอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า ผู้คนจำนวนไม่น้อยจับจองพื้นที่นี้เป็นที่หลบฝน บ้างคุยกันเพื่อรอเวลาให้ฝนหยุดตก บ้างก็มองสายฝนที่โปรยลงมาอย่างหงุดหงิด บ้างก็ยกนาฬิกาข้อมือดูเป็นระยะๆ เห็นแล้ววุ่นวาย ไม่น่าเข้าใกล้เลยจริงๆ จียงจึงเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมา ละอองฝนเย็นจัดสาดกระทบผิวกาย แต่กลับให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เรียวปากบางสีอ่อนยกยิ้มน้อยๆ ยามที่หยดน้ำกลิ้งตัวผ่านใบหน้า ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่ความเย็นเฉียบของหยดน้ำฝน กลายเป็นความอุ่นร้อนที่กำลังค่อยๆ ซึมออกมาจากดวงตา...
ร้องไห้...อย่างไม่รู้สาเหตุ
แผ่นหลังบางพิงกับต้นไม้ใหญ่ แขนเรียวยกขึ้นกอดตัวเอง ใบหน้าเนียนก้มลงต่ำ หากมองไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้า ทุกอย่างพร่ามัวจนนึกอยากให้เป็นเพียงแค่ความฝัน ร่มไม้คอยกันเม็ดฝน แต่ผิวแก้มใสยังคงเปียกชื้นเพราะน้ำตาที่ไหลรินลงมาไม่ยอมหยุด
เสียงสะอื้นไห้เบาๆ ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำแลดูไร้ค่าเหลือเกิน
จียงคงจะร้องไห้จนทรุดลงไปกองกับพื้นดิน ถ้าหากไม่มีมือของใครบางคนเอื้อมมาแตะลงบนบ่าของเขาอย่างแผ่วเบา หยุดน้ำตาทั้งหมดลงในฉับพลัน
“อยากไปกับฉันหรือเปล่าจียง?”
“คุณยูบิน...”
TO BE CONTINUED
---------------------------------
Talk : รีบอัพรีบไปค่ะ วันนี้มีสอบ (ตอนค่ำๆ นู่น ๕๕๕๕) ใครผ่านมาอ่านแล้วยังไม่เข้าโหมดขี้เกียจก็รบกวนทิ้งคอมเมนท์ไว้หน่อยนะคะ
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านมากค่ะ อยากคุยยาวกว่านี้จัง แต่รีบจริงๆ นะเออ TT^TT

อยากร้องไห้ตามจียง T[]T ....โฮ
ซึงฮยอนก้แลดูใจร้าย ไม่นึกถึงจิตใจจียงเลย
มันเป็นอุบัติเหตุทำไมถึงไม่เชื่อจียงอ่า..หรือต่อให้เชื่อแต่ไม่รู้จะอยู่กับจียงด้วยความรู้สึกไหนใช่ไม๊ T^T
ยังงี้จียงก้ต้องทรมานต่อไปน่ะสิ ตาบ้าซึงฮยอนนนนน =[]=
เป็นฟิคที่อ่านแล้วอินมากอ่ะ ฮ่าๆๆ น้ำตาคลอเลยตอนจียงตากฝน นึกภาพออกเลยค่ะ T^T สงสารจี...
ขอให้ทำข้อสอบได้นะคะ ^^~
จะมาติดตามต่อนะคะ
#1 By nyappy_pp on 2009-08-06 13:20