[Fic BB] Unconditional Love : Chapter 5 [T.O.P x G-Dragon]

posted on 22 Jun 2009 00:09 by believes-fiction  in Bigbang-Fictions

 

 

 

Chapter 5 :  Avenge


 

 

 

“ฉันต้องการ...มากกว่านี้”




จียงนอนนิ่งอยู่ใต้ร่างใหญ่ของซึงฮยอน ร่างบางไม่ไหวติงเหมือนถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้น หากแต่นัยน์ตาสีน้ำตาลที่เคยสงบนิ่งกลับเริ่มหวั่นไหว เหมือนผืนน้ำที่ถูกสัมผัสเบาๆ แล้วกระเพื่อมเป็นวงกว้าง ก่อนที่ปลายจมูกโด่งของอีกฝ่ายจะค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้ พร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลงบนต้นคอ...




ก๊อกๆๆๆ




เสียงเคาะประตูทำให้สองร่างบนเตียงนอนขนาดใหญ่หลุดออกจากภวังค์ ซึงฮยอนผละออกจากร่างเพรียวบาง ในขณะที่จียงก็ขยับถอยห่าง ดวงตาเรียวสวยหลุบลงต่ำ เสียงเคาะประตูดังซ้ำอีกครั้ง ทำให้เจ้าของห้องอดหงุดหงิดไม่ได้ เคาะประตูเสียงดังซะขนาดนั้น ไม่ใช่ทงยองเบแน่...ถ้าไม่ใช่ยองเบแล้วจะเป็นใคร จะมีใครหน้าไหนที่กล้าเคาะประตูห้องของชเวซึงฮยอนอย่างไร้มารยาทแบบนี้




จียงรีบลงจากเตียงนอนขณะที่ซึงฮยอนเดินไปเปิดประตูห้อง แต่เขาก็ต้องผงะเมื่อพบว่าคนที่มาเคาะประตูห้องนั้นคือทงยองเบ...น้องชายของเขา




แปลก...ปกติยองเบเป็นคนสุภาพและมีมารยาทมาก แม้กระทั่งเวลาเคาะประตูก็ไม่เคยเคาะรัวๆ และเสียงดังแบบนี้ ซึงฮยอนอดคิดไม่ได้ว่ายองเบอาจจะรู้เรื่องที่จียงมาหาเขาที่ห้อง เพราะสีหน้าของยองเบดูเป็นกังวลมาก แต่แล้วสิ่งที่ยองเบเอ่ยออกมาก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิดทันที




“พี่ซึงฮยอน เห็นมือถือของผมหรือเปล่า?”




“มือถือ? นายทำหายเหรอ?”




“ใช่ ผมวางไว้บน....จียง?”




ซึงฮยอนสะดุ้งเฮือก แล้วค่อยๆ หันกลับไปมองคนที่ยืนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ด้านหลัง เขาค่อยๆ เปิดบานประตูให้กว้างขึ้นเมื่อเข้าใจว่าจียงจงใจจะให้ยองเบเห็นว่าเขาทั้งคู่อยู่ด้วยกัน แต่น่าแปลกยิ่งกว่านั้นคือยองเบไม่ได้มีท่าทีติดใจสงสัยอะไรแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ถามจียงว่ามาทำอะไรในห้องนอนของซึงฮยอน จียงยักไหล่แล้วตอบว่ามาคุยอะไรนิดหน่อย ยองเบก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก




เป็นคนรักกันประสาอะไรวะ หวงสักนิดก็ไม่มี




“งั้นผมขอตัวกลับห้องก่อน ขอโทษด้วยที่มารบกวนกลางดึก” จียงบอกลาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาโค้งเบาๆ ให้คุณชายใหญ่ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับห้องของตัวเองไป ด้านยองเบก็ไม่ได้ถามอะไรจากพี่ชายอีก




แต่ใครเลยจะรู้ว่าหลังจากที่ซึงฮยอนปิดประตูลง ดวงตาเรียวที่แสนอ่อนโยนนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความหม่นหมองเหมือนสีท้องฟ้าก่อนสายฝนโปรย ยองเบยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าห้องของซึงฮยอน หากดวงตากลับจับจ้องไปยังบานประตูสีขาวซึ่งอยู่สุดทางเดิน...ห้องนอนของจียง




ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ยองเบกลับไปหาโทรศัพท์มือถือของเขาบริเวณสวนที่ใช้จัดงานเลี้ยง แต่แขกเหรื่อก็กลับกันหมดแล้ว เขาจึงไม่รู้จะไปหาที่ไหน ถามคนงานที่กำลังจัดเก็บสถานที่ก็ไม่มีใครรู้สักคนเดียว เขาจึงลองไปหาบริเวณรอบๆ สระว่ายน้ำเผื่อว่าจะทำตกไว้ที่นั่นตอนที่เขามาตามจียงและซึงฮยอน โชคดีที่เขาพบว่ามันหล่นอยู่ใต้เก้าอี้ริมสระ แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินกลับเข้ามาในบ้าน บางสิ่งบางอย่างที่เขามองเห็นผ่านบานหน้าต่างของห้องนอนของพี่ชายก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก




พี่ซึงฮยอน...จูบกับจียง




ยองเบรู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายที่สุด...ที่เป็นคนเดียวซึ่งได้เห็นภาพบาดตานี้




ทำไม..ทำไมต้องเป็นเขาด้วย




แค่เงาของชเวซึงฮยอนในดวงตาสีน้ำตาลนั้น



มันยังทำให้เขาเจ็บไม่พออีกหรือ?






ทำไมคนสองคนที่เขารัก...ต้องทำแบบนี้



.




.





ชเวซึงฮยอนนอนไม่หลับ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของใครบางคนยังคงลอยฟุ้งอยู่ที่ปลายจมูก หอมเสียจนทำให้เขาไม่อาจข่มตาหลับลงได้ แม้จะรู้ว่านอนลืมตาโพลงในความมืดเช่นนี้ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นนั้นเจือจางเลยก็ตาม ร่างสูงนอนพลิกกายไปมา...ยอมรับว่าตั้งแต่กลับมาอยู่ที่นี่ เขาไม่เคยปัดภาพจียงทิ้งไปจากความคิดได้เลยสักนาที




ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงโดยไม่ลืมหยิบบุหรี่และไฟแช็กออกไปด้วย เขาเปิดประตูกระจกเพื่อให้สายลมอ่อนๆ ผ่านเข้ามาทางระเบียง อดเหลือบมองไปยังระเบียงที่อยู่ฝั่งขวาสุดไม่ได้ และความมืดที่มองเห็นก็ทำให้ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ กับความหวังบ้าๆ บอๆ ไอ้ความรู้สึกอยากเจอ อยากเห็นหน้า อยากสัมผัส โหยหาถึงตลอดเวลา มันไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้ชายที่เกิดมาสมบูรณ์แบบอย่างชเวซึงฮยอนเลยสักครั้ง




ควอนจียงมีอะไรดีนักหนา?




“คุณหนูจียงเธอน่าสงสารนะคะคุณซึงฮยอน คุณซึงฮยอนไม่มีคุณแม่ แต่ก็ยังมีคุณพ่อแล้วก็มีคุณยองเบด้วย”




“แต่คุณหนูจียงเธอไม่มีใคร...”




“รักคุณหนูจียงให้มากๆ นะคะ”





บุหรี่ครึ่งมวนถูกขยี้ลงบนถาดแก้ว ซึงฮยอนปล่อยควันสีขาวสุดท้ายให้ลอยไปปะปนกับอากาศบริสุทธิ์ เหยียดยิ้มดูแคลนให้กับคำสัญญาที่ตนเคยให้ไว้กับป้าโซรี




รัก...งั้นเหรอ?



ไร้สาระสิ้นดี!




ไม่รู้ว่าตอนนั้นเขาตอบตกลงป้าโซรีไปได้ยังไง เด็กอายุแค่สิบสามยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าความรักคืออะไร ยิ่งโตขึ้น ความเน่าๆ ของผู้คนที่เขาพบเจอ มันก็ยิ่งทำให้เขาห่างไกลจากความรู้สึกนั้นมากขึ้นทุกที แม้กระทั่งพ่อที่เขาเคยรักและเคารพ ตอนนี้ก็กลับกลายเป็นความเฉยชา พ่อเองก็คงไม่ได้รักเขามากเท่าไหร่นักหรอก ไม่อย่างนั้นคงเอ่ยปากถามเขาบ้างสักครั้ง ว่าเขาอยากสืบทอดอิทธิพลต่อจากพ่อหรือไม่




พ่อไม่เคยบังคับยองเบให้สืบทอดงานแทน



ส่วนจียง...ถ้าเอ่ยปากว่าไม่อยากทำเมื่อไหร่ พ่อก็จะปล่อยให้จียงเป็นอิสระทันที




ในขณะที่ซึงฮยอนไม่ใช่...พ่อของเขาคือชเวจองฮุน สายเลือดของมาเฟียที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด ทำให้เขาไม่สามารถมีความรู้สึกเหมือนกับคนอื่นๆ เขาเจ็บไม่ได้ ร้องไห้ไม่เป็น เขาไม่เคยคิดที่จะเรียนรู้ความรู้สึกที่เรียกว่า รัก เขาไม่อยากรักใคร ไม่อยากผูกพันกับใครหน้าไหนทั้งสิ้น เพราะเขาไม่อยากให้คนๆ นั้นเป็นเหมือนกับแม่...




แม่ที่สละชีวิตเพื่อช่วยคนที่ตัวเองรัก




แม่ต้องจากไปเพราะอิทธิพลบ้าๆ พ่อ





.




.




ควอนจียงนอนไม่หลับ เขาลุกขึ้นจากเตียงแล้วเปิดประตูระเบียงออก อยากจะออกไปยืนสูบบุหรี่ให้ความเครียดลดลงเสียหน่อย แต่กลิ่นบุหรี่ที่ลอยเข้าจมูกก็ทำให้จียงต้องหยุดชะงัก ไม่ได้ก้าวขาออกไปยืนรับลมเล่นตรงระเบียงอย่างที่ตั้งใจไว้ในทีแรก




กลิ่นบุหรี่แบบนี้ เหมือนกับกลิ่นลมหายใจของผู้ชายคนนั้น




ลมหายใจที่เพิ่งได้สัมผัสอย่างไม่ตั้งใจ




จียงโยนกล่องบุหรี่ลงบนพื้น ก็ดีเหมือนกัน ไม่สูบบ้างสักวันก็คงไม่ตาย ใครต่อใครจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงนี้เขาเองก็รู้สึกว่าตัวเองสูบบุหรี่จัดเกินไป ทั้งคุณหมอ พ่อเลี้ยง ยองเบ ป้าโซรี และซอนเยช่วยกันเตือนไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากมายเมื่อจียงยังคงเชื่อฟังความคิดของตัวเองมากกว่าคนอื่น เขาคิดเสมอว่าติดบุหรี่แล้วจะเป็นไรไป ในเมื่อเขาเองก็ไม่ได้อยากอยู่บนโลกใบนี้นานกว่าคนอื่นสักเท่าไหร่นักหรอก




แต่ตอนนี้...ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากมีชีวิตอยู่ให้นานขึ้น



เพราะผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า?




ดวงตาเรียวสวยเลื่อนขึ้นมองท้องฟ้า แสงระยิบระยับของดวงดาวสะท้อนอยู่ในดวงตาสีอ่อนที่ว่างเปล่ามานานนับสิบปี น่าเสียดายที่ไม่มีใครมีโอกาสได้เห็น แม้กระทั่งตัวจียงเอง นานมากเหลือเกินที่เขาไม่ได้นั่งดูดาวอย่างนี้ ตั้งแต่พ่อกับแม่จากไป เขาก็ไม่เคยมองว่าบนโลกนี้มีสิ่งที่สวยงามอีกเลย ดาวที่เขานั่งมองอยู่ตอนนี้ก็เหมือนกัน ที่สวยงามนั่นก็แค่ภาพลวงตา ไม่มีวันจับต้องได้ หรือถ้าหากสัมผัสได้ มันก็ไม่มีวันอยู่กับเขาได้ตลอดไปอยู่ดี




ควอนจียง...มองโลกในแง่ร้ายเสมอ ตัวเขาเองรู้ดี




และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขา




คือการรักผู้ชายที่ชื่อ...ชเวซึงฮยอน




.




.




จียงออกมาจากห้องนอนตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าทั้งที่เมื่อคืนนี้เขาไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ เขาเดินลงมายังห้องครัว เพียงแค่สายตาที่กวาดผ่านๆ เหล่าแม่บ้านทั้งหลายก็หันมาโค้งให้แล้วรีบแยกย้ายกันไปทำงานอย่างอื่นทันที จียงไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนในบ้านที่มีต่อเขาเท่าใดนัก ทั้งลูกน้องของพ่อเลี้ยงและพวกแม่บ้านรู้ว่าเขาเป็นคนไม่ชอบสุงสิงกับใคร สายตาเย็นชา และมือที่เปื้อนเลือดมานับครั้งไม่ถ้วนทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้ตัวเขานัก ถึงแม้ว่าบ้านหลังนี้จะเป็นบ้านของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล คนในบ้านก็มีแต่พวกมือปืนทั้งนั้น




แต่พวกเขา...ไม่เก่งกาจเหมือนกันควอนจียง



ที่สามารถฆ่าคนได้...เพียงแค่ใช้สายตา




มือเรียวตักข้าวต้มกุ้งที่แม่บ้านเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ลงในชาม ไอสีขาวลอยขึ้นกระทบผิวหน้า แต่เขาไม่รู้สึกอะไร จ้องมองข้าวต้มในชามครู่หนึ่ง ก็หยิบขวดเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เทของเหลวไร้สี ไร้กลิ่นลงในชาม ตามด้วยพริกไทยเล็กน้อย ก่อนจะคนเบาๆ




ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเดียว...ที่ทุกความรู้สึกของจียง ได้ตายลงอย่างสมบูรณ์แบบ




ร่างเพรียวบางเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของเจ้าของบ้านซึ่งนั่งพิงหัวเตียง อ่านหนังสือพิมพ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ได้เอ่ยถามว่าพ่อเลี้ยงอ่านเรื่องอะไร เพราะไม่เคยมีสักครั้งหรอกที่พ่อเลี้ยงจะอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จียงวางชามข้าวต้มไว้บนโต๊ะข้างเตียงพร้อมด้วยยาอีกหลายเม็ด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้น




ชายวัยกลางคนลดหน้าหนังสือพิมพ์ลงแล้ววางทิ้งไว้ข้างตัว ทอดสายตาผ่านกรอบแว่น มองเด็กหนุ่มที่เขารักและห่วงใยเหมือนลูกแท้ๆ ด้วยสายตาที่อ่อนโยน แต่ดวงตาว่างเปล่าของจียงกลับมองไปทางอื่นเหมือนอย่างเคย




พ่อเลี้ยงคงไม่รู้หรอกว่าจียงเกลียดชังสายตาแบบนั้นของพ่อเลี้ยงที่สุด สายตาที่เหมือนกับว่าหวังดีเสียเต็มประดา ทั้งที่ความจริงแล้ว พ่อเลี้ยงก็เพียงแค่หวังใช้ประโยชน์จากเด็กที่เก็บมาเลี้ยงให้มากที่สุด แต่จียงก็ว่าอะไรไม่ได้หรอก ในเมื่อพ่อเลี้ยงก็คือผู้มีพระคุณ ถ้าไม่มีพ่อเลี้ยงชเวจองฮุนสักคน...จียงไม่อยากจะคิดเลยว่าชีวิตของเขาตอนนี้จะเป็นอย่างไร




ถ้าไม่มีชเวจองฮุน...ครอบครัวของจียงก็คงไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้น




ถ้าไม่มีชเวจองฮุน...จียงก็คงจะไม่ได้มาอยู่อย่างสุขสบายที่นี่





และถ้าตอนอายุสิบห้า จียงไม่บังเอิญไปได้ยินเข้าว่าชเวจองฮุนเคยเป็นเจ้าของพื้นดินตรงนั้น และวันนั้น ชเวจองฮุนสั่งลูกน้องไปเผาไล่ที่คนในชุมชนนั้นเพียงเพื่อจะให้นักธุรกิจชาวต่างชาติมาลงทุนสร้างห้างสรรพสินค้า...จียงก็คงจะเป็นคนโง่ให้ชเวจองฮุนหลอกใช้ฟรีๆ ไปอีกนาน




ถ้าไม่มีชเวจองฮุน...จียงก็คงจะไม่เสียพ่อกับแม่ไป




เป็นการรอคอยที่ยาวนานเหลือเกิน กว่าที่ควอนจียง...เด็กชายผู้ใสซื่อจากครอบครัวจนๆ จะสามารถก้าวมายืนผงาดอยู่ในตำแหน่งเกือบสูงสุดของตระกูลซึ่งมีอิทธิพลที่สุดในโซล เป็นคนสนิทของพ่อเลี้ยงชเวจองฮุน เป็นมือปืนที่ยิงได้แม่นยำชนิดที่ว่าเหนี่ยวไกครั้งเดียวก็ตัดขั้วหัวใจให้ขาดได้ จียงรอให้ทุกอย่างในชีวิตเขาลงตัว และตอนนี้เขาก็โตพอแล้ว เขารู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำที่สุด...




ควอนจียงจะไม่ยอมให้คนที่ฆ่าพ่อกับแม่ของเขาได้อยู่อย่างมีความสุข...เขาสาบาน






“เป็นยังไงบ้าง?” ชายผู้ทรงอิทธิพลถามขณะที่กำลังทานข้าวต้มกุ้งอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นตามธรรมชาติของคนอายุใกล้หกสิบเหมือนระบายด้วยรอยยิ้มจางๆ แม้จียงจะไม่ได้ยิ้มตอบ ออกจะเย็นชากว่าทุกครั้งเสียด้วยซ้ำ




“เหมือนเดิมครับ ไม่ดีขึ้น ไม่เลวลง”




คนฟังเพียงแค่พยักหน้ารับแล้วทานข้าวต้มต่อไปจนหมดชาม จียงมองชามสีขาวที่ว่างเปล่าแล้วก็ได้แต่กำมือแน่น มันอึดอัดเหมือนถูกเชือกรัดคอ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มือเรียวหยิบยาและน้ำเปล่าให้พ่อเลี้ยง รอจนพ่อเลี้ยงทานยาครบทุกเม็ด จึงจัดการเก็บถาดแล้วลงมาที่ห้องครัวโดยไม่ได้พูดอะไรกับพ่อเลี้ยงแม้แต่คำเดียว




จียงวางถาดไว้บนเคาน์เตอร์ทำอาหาร อ่อนแรงจนถาดแทบหลุดมือ ก่อนจะมือเรียวยกขึ้นปิดเสี้ยวหน้าด้านหนึ่ง ปิดเปลือกตาลงเบาๆ พ่นลมหายใจออกมาด้วยความอึดอัด นานทีเดียวกว่าความรู้สึกของจียงจะเข้าสู่ภาวะนิ่งเฉยดังเดิม เขาค่อยๆ เปิดตาขึ้นอีกครั้ง ทอดมองชามสีขาวอีกใบที่อยู่ในอ่างล้างจาน ทั้งในอ่างนั้นก็เลอะข้าวต้มเต็มไปหมด...ข้าวต้มที่เขาตั้งใจใส่ของเหลวไร้สีไร้กลิ่นนั้นลงไปในทีแรก





แต่สุดท้ายเขาก็ทำมันไม่ลง




ข้าวต้มกุ้งที่เขายกไปให้พ่อเลี้ยง คือข้าวต้มชามใหม่ที่ไม่มีส่วนผสมของยาอะไรทั้งนั้น




จียงไม่กล้านับแล้วว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่...ที่เขาไม่สามารถทำลายชีวิตของพ่อเลี้ยงได้ อย่างที่สาบานกับพ่อแม่ไว้




“เป็นอะไรหรือเปล่า?” สัมผัสเบาๆ ที่ไหล่ทำให้ร่างเพรียวสะดุ้งสุดตัว เขาเบี่ยงตัวออกจากมือของอีกฝ่าย ไม่ยอมตอบคำถามเพราะไม่คิดว่านั่นเป็นคำถามที่แสดงถึงความห่วงใย ขาเรียวก้าวฉับๆ ออกมาจากห้องครัว ไม่สนใจสักนิดว่าซึงฮยอนจะโกรธแค่ไหนที่เขาทำตัวอวดดีใส่เป็นรอบที่ร้อย ไหนๆ วันนี้ก็ไม่มีงาน ก็ขอให้ควอนจียงได้อยู่อย่างสงบสุขบ้างเถอะ




จียงเดินออกมาจากตัวบ้าน กระแทกตัวลงนั่งบนชิงช้าอย่างอารมณ์เสีย เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่อุตส่าห์เดินตามมาด้วยสีหน้าที่เจอความขุ่นเคืองเล็กๆ ก่อนจะยกแขนขึ้นออกอก เสหน้ามองไปทางอื่น ไม่ได้เริ่มบทสนทนาใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่เห็นว่ามีความจำเป็น อีกอย่าง เขาไม่อยากพูดคุยกับผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่คำเดียว แค่เปล่งเสียงออกไป วาจาที่ตอบกลับมาก็ทำร้ายให้เขาเจ็บช้ำอยู่ทุกครั้ง




ชเวซึงฮยอนชอบทำร้ายจิตใจของจียงเป็นงานอดิเรก




“ถามทำไมไม่ตอบ?”




“เรื่องของผม”




ดวงตาคมกริบของซึงฮยอนจับจ้องใบหน้าเนียนที่เชิดขึ้นน้อยๆ อย่างอวดดีนั้น ก่อนจะเหยียดยิ้มดูแคลน รอยยิ้มที่เหยียบย่ำความรู้สึกของจียงให้มิดจมดินไม่ต่างจากครั้งแรกที่เจอกัน แต่จียงหาได้สนใจไม่  เจ็บปวดกับสายตาและรอยยิ้มแบบนั้นก็จริง แต่จียงก็ไม่เคยหวังให้ซึงฮยอนมองเขาดีขึ้นกว่านี้หรอก ยังไงซะ ต่อให้จียงอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะมือซ้ายของพ่อเลี้ยงชเวจองฮุน ซึงฮยอนก็มองเขาเป็นแค่เด็กข้างถนนเหมือนเดิม




“เย็นชาจังนะ...ทีเมื่อคืน...”




“ผมขอตัวก่อน”




ร่างเพรียวลุกพรวดขึ้นจากชิงช้าก่อนที่จะได้ยินคำพูดที่ทำให้นึกรังเกียจตัวเองมากไปกว่านี้ แต่ซึงฮยอนที่ไวกว่าก็ยึดข้อมือเรียวเอาไว้ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหมายเลขปลายทาง จงใจเปิดลำโพงให้อีกฝ่ายได้ยินด้วย เขายกยิ้มให้ใบหน้านิ่งสนิทนั้นอีกครั้งเหมือนรู้ว่าชัยชนะได้อยู่ในกำมือของเขาแล้ว




“สวัสดีค่ะคุณซึงฮยอน”




ดวงตาเรียวเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ จียงคว้าโทรศัพท์มือถือมาแล้วรีบกดตัดสายทันทีเมื่อได้ยินเสียงหวานใสของหญิงสาวที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าใครทั้งหมด...มินซอนเย...




“เพื่อนเธอนี่หัวอ่อนดีนะ”




“คุณ...”




จียงเม้มริมฝีปากแน่น หมดปัญญาที่จะสรรหาถ้อยคำใดๆ มาใช้กับพฤติกรรมเลวๆ ของผู้ชายคนนี้แล้ว ชเวซึงฮยอนที่จียงรัก...ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยสักอย่าง ชอบออกคำสั่ง เอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชอบเอาชนะอย่างไรก็อย่างนั้น จียงนึกโกรธเกลียดตัวเองเหลือเกินที่หลงรักคนๆ นี้ เพียงแค่เห็นเขามาดูแลเอาใจใส่แค่ครั้งเดียวก็ปล่อยใจไปอย่างง่ายดาย ลืมคิดไปว่าที่ผ่านมานั้นเคยถูกเขาทำร้ายไม่รู้กี่ครั้ง กว่าจะรู้ตัวอีกที ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว




จียงเลิกรักซึงฮยอนไม่ได้...




ก็คงเหมือนกับซึงฮยอน...ที่เลิกเกลียดจียงไม่ได้




ซึงฮยอนเก็บโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าเสื้อ เห็นใบหน้าของจียงที่ซีดเผือดแล้วก็ยิ่งพึงพอใจ เขารู้อยู่แล้ว คนที่แข็งแกร่งแค่เปลือกอย่างควอนจียงไม่มีทางอวดดีกับเขาได้นานหรอก จุดอ่อนของจียงที่เขามองเห็น มันเยอะเสียจนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี มันน่าสนุกก็ตรงที่ได้ไล่ต้อนจียงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจนมุมนั่นแหละ




แค่ได้เห็นจียงยอมฉายความรู้สึกผ่านทางแววตา...แต่ก็สนุกกว่าควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ากันทุกวันเป็นไหนๆ




“ถ้าไม่อยากให้ฉันยุ่งกับเพื่อนเธอ...จำไว้ว่าอย่ามาอวดดีกับฉันอีก” มือใหญ่จับปลายคางมนอย่างนิ่มนวล ริมฝีปากบางๆ สีอ่อนที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเหมือนยั่วเย้าอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ซึงฮยอนนึกอยากลิ้มลองความหอมหวานอีกสักครั้ง ให้ลึกซึ้งและยาวนานกว่าเดิม แต่อย่างไรเสีย เขาก็มีความอดทนมากพอที่จะเก็บของหวานชิ้นนี้ไว้ก่อน




รอให้มันอ่อนนุ่มกว่านี้...คงหอมหวานกว่าเดิมจนเทียบกันไม่ติด




“ลบเบอร์ซอนเยทิ้งซะ” ดวงตาเรียวมองข้ามไหล่ของซึงฮยอนไปเหมือนกับคนตรงหน้าไม่มีตัวตน แม้จะรู้ตัวว่าถูกซึงฮยอนบีบไว้ในกำมือแทบหมดทางรอด แต่จียงก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ




ซึงฮยอนได้ฟังคำสั่งนั้นก็หัวเราะลงลำคอคล้ายกับเหยียดหยันอยู่ในที ก่อนจะส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ ขณะที่จียงได้แต่กัดริมฝีปากด้วยความคับแค้นใจ มือเรียวกำแน่น อยากจะกระแทกมันใส่หน้าหล่อๆ ลวงโลกนี่สักครั้ง แต่สุดท้ายก็ได้แค่คิดเพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีอะไรที่จะต่อรองกับผู้ชายคนนี้ได้เลย




เขาเหนือกว่าจียงทุกอย่าง...




“ก็ได้ ผมจะไม่ทำตัวให้คุณไม่พอใจอีก...ส่วนคุณ ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงก็กรุณารักษาคำพูดด้วย” พูดจบจียงก็เบี่ยงหน้าออกจากมือใหญ่ที่เย็นเฉียบนั้น โค้งให้เบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้อีกฝ่ายมองตามด้วยสายตาที่คาดเดาความหมายได้ยากยิ่ง...




ซึงฮยอนค่อยๆ หยิบขวดใบเล็กซึ่งบรรจุของเหลวใสออกมาจากกระเป๋ากางเกง แปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าทำไมจียงถึงไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดตอนที่เขาแอบหยิบมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเจ้าตัว เป็นเพราะเขาถูกฝึกฝนเทคนิคนี้มาอย่างดีเยี่ยม...หรือเพราะว่าจียงสติมักไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเวลาเจอหน้าเขากันแน่




แต่ซึงฮยอนไม่ใส่ใจจะหาคำตอบ...ที่เขาสนใจคือน้ำใสๆ ในขวดนี่ต่างหาก ทายาทมาเฟียที่ผ่านการเรียนรู้อาชญากรรมมาทุกรูปแบบอย่างเขาไม่มีทางไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร






ยากล่อมประสาท...






เขาบังเอิญเข้าไปเห็นว่าจียงได้ผสมสิ่งนี้ลงในชามข้าวต้มจึงพยายามหาทางขโมยมันมาจนได้ ถึงเขาจะเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายเกินความจริงไปบ้าง แต่หลักฐานที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามันก็มัดตัวจียงอย่างแน่นหนา ดิ้นให้ตายก็ไม่หลุดแล้ว





ควอนจียง...คิดจะฆ่าพ่อของเขาทางอ้อม




มือใหญ่กำขวดแก้วแน่น แรงบีบอัดทำให้มันแตกละเอียดคามือ เลือดสีสดไหลซึมออกจากบาดแผลที่ถูกเศษแก้วบาด ทว่าสำหรับซึงฮยอนแล้ว ไม่ได้รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก เหมือนพายุลูกใหญ่ที่หมุนวนไปทั่ว รุนแรงจนสามารถทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า




เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างควอนจียง...คนที่พ่อทั้งรักและเมตตาเหมือนลูกแท้ๆ คิดจะหักหลังได้อย่างเจ็บแสบขนาดนี้ ซึงฮยอนไม่รู้เหตุผลว่าทำไม แต่ถ้าหากพ่อรู้ความจริง จะต้องเสียใจมากแน่ๆ




หรือถ้าหากโชคร้าย...พ่ออาจจะโกรธจนถึงขั้น...




ปลิดชีวิตจียง...ด้วยน้ำมือของพ่อเอง




ไหนจะยองเบอีกล่ะ ซึงฮยอนมั่นใจว่ายองเบไม่มีทางรู้เรื่องนี้...แต่ความลับไม่มีในโลก ยองเบอาจจะรู้ความจริงเข้าสักวัน แล้วถ้ายองเบรู้...เขาจะเลือกทำสิ่งไหน





กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ





หรือปกป้องคนที่รัก...





ไม่ต้องเสี่ยงรอให้ถึงวันนั้น ซึงฮยอนก็มั่นใจว่าสิ่งที่เขาคิดถูกต้องที่สุด เขาเดินกลับเข้าไปในบ้าน เหลือบมองนาฬิกาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ในห้องนั่งเล่น...น้องชายของเขาคงตื่นแล้ว




เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียงสามครั้ง บานประตูสีขาวก็ถูกเปิดออก สีหน้าของยองเบไม่มีร่องรอยของความแปลกใจหรือสงสัย...แววตาที่เคยอ่อนโยนอยู่เสมอนั้นเหมือนจะเฉยชาด้วยซ้ำยามที่หันมองพี่ชายคนเดียว




แต่ซึงฮยอนไม่ได้ติดใจอะไร ในเมื่อสิ่งที่อยู่ในใจมันสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด





“พี่มีเรื่องจะพูดด้วย”






“เรื่องอะไร?”







“เรื่องคนรักของนายน่ะ...”










TO BE CONTINUED   








----------------------------------




Talk : ทอล์คอะไรดี หายหัวไปนาน กิจกรรมที่ม.ก็ไม่ได้เยอะแยะอะไรขนาดนั้น โดดบ้างอะไรบ้างตามอารมณ์ แต่ก็ยังต่อฟิคช้าเหมือนเดิม อนาถจริงๆ -___-" เอาเป็นว่าใครผ่านมาก็ฝากรดน้ำต้นไม้ให้ด้วยนะคะ มันดูเหี่ยวแข่งกับเจ้าของบล็อกมาก ~O~

ขอบคุณทุกท่านสำหรับคอมเมนท์และการรดน้ำต้นไม้ค่ะ ^O^


ปล.ช่วงนี้จียงสวย
ปล.2 สวยมาก
ปล.3 สวยมากๆ จริง

(มันจะซ้ำทำไมหลายปล.??)

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เย้ๆๆๆ
มาต่อแล้ว
กำลังหนุกเลย
รีบมาต่อเอาแบบด่วนๆเลยนะ
มันลุ้นน่ะ



หยุกดีนะคะ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ

#1 By nubeer on 2009-06-22 05:49

ตอนที่รอคอยมาแล้ว อันนี้ดีใจ
แต่ทิ้งไว้แบบนี้ดีเหรอ เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว
จียังไม่ได้ทำแค่คิดเฉยๆ ยังไม่กล้าทำเลย
เทมป์เข้าใจผิดอีกแล้ว ที่นี้ทำไง เทมป์จะพูดอะไรกับเบ้
จะไปขอจี หรือว่า บอกว่าจีทำอะไร แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
เกิดคำถามมากมายเลย สงสัย แล้วให้ตอนที่เรากำลังลุ้นๆ
จะเกิดขึ้นไม๊ (นั่น) หมกมุ่นสุดๆ

ขอบคุณสำหรับฟิคจ้า ที่ยุ่งๆ แต่ก็ยังมาแต่งให้เราได้อ่านและได้ลุ้นกันต่อไป เดาใจไม่ถูกกันเลยทีเดียว
ขอบคุณนะคะ สู้ สู้ จ้า จะเป็นกำลังใจให้นะคะ
ยังไงก็รอ พยายามเข้านะ

#2 By Ma VIP on 2009-06-22 09:08

รอคอยมานานแสนนาน.....

ในที่สุด....

writerอะ...เค้ารอตัวเองอยู่นะ..


กำลังดุเดือดเลย.....ซึงฮยอนอ่ะ....จียงป่าวนะ...


จียงม่ายด้ายทำ....


อย่าทำอะไรจียงเค้านะ...

#3 By ... (124.120.145.77) on 2009-06-22 18:23

แง้ว

จียงไม่ได้ทำนะ

เทมโปอย่าใจร้ายกะจียงเลยยยยยย

สงสารจีมัน

แง้งงงงงงงงงงงง

#4 By bo le ro on 2009-06-22 20:29

เชวซึงฮยอน.....ไอ้
ไอ้หล่อเอ้ย
ใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือเหรอแก
แล้วที่แกจะรอให้มันอ่อนนุ่มนั่นนะ
อยากจะให้มันรอไปชาติหน้าเลย
แต่ก็นะอีกหัวก็คิดว่าทำไมแกไม่ทำให้มันอ่อนนุ่มละ
ท็อป สรรพนามเริ่มเปลี่ยนตามอารมณ์
ทำไมถึงไม่ชอบจียงตั้งแต่จียงมาอยู่บ้าน
ไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นหรือว่าถูกชะตาแต่แกล้งทำ
แกแกล้งเพราะรักรึเพราะแกเกลียด
แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่ามันเพราะอะไร

จียงถ้าไม่รู้ความจริงมันจะดีกว่านี้มั้ย
ไม่ต้องมาทนอึดอัด บุญคุณกับความแค้นมันยากนะ
แต่ที่ยากกว่าก็ไอที่บอกตัวเองให้เลิกรักนี่แหละ
ชอบจียงแบบนี้นะแข็งแต่เปลือกนอก

แทยังนี่ก็น่าสงสารแสนดีมาตลอด
ถึงแม้ไม่เคยได้คำว่ารักกลับมาก็ยังคงดีต่อไป
ช่วยเป็นยังงี้ต่อไปไ%B

#5 By se7enbeam (124.122.201.252) on 2009-06-22 21:55


ใช่ๆ รอคอยมานานแสนนาน...

ก้ออยากให้ 2 คนมันได้กันอะนะ...แต่

เริ่มสงสารอิเบ้นะ...ช้ำใจ ฮือ ฮือ

#6 By TJ (125.26.6.190) on 2009-06-23 12:51

มีอยู่เพลงนึงเข้ากะ fic นี้มาก ๆ เป็นของ Three Days Grace ชื่อเพลงว่า I Hate Everything About You มีท่อนนึงบอกความในใจน้อง จี เลย 55 ฟังแล้วแบบ เฮ๊ย มันใช่ว่ะ
---

I hate everything about you
why do I love you
I hate everything about it
why do I love you
only when I stop to think about you I know
only when you stop to think about me do you know
---

#7 By shiranui (222.123.185.70) on 2009-06-24 15:52

แหม.. แอบมาต่อเงียบๆนะยะ



“ใช่ ผมวางไว้บน....จียง?”


ตอนแรกนั่งฮาเพราะตอนแรกเราอ่านติดกัน วางไว้บนจียง กรั่กๆ sad smile


อ่านตอนนี้แล้วแบบว่า อ้าวจริงๆพวกก็รู้ๆอะไรกันอยู่แล้วนี่หว่า ทั้งยองเบ ทั้งจียง
แล้วพ่อเลี้ยง แล้วยากล่อมประสาท แล้วจะยังไง
แม่บ้านก็บอกว่ารักหนูจียงมากๆนะคะ
แล้วจียงที่น่ารักก็จะฆ่าพ่อตัวเองนะคะ
แล้วยังไงดีอ่ะ
สังหรณ์กลัวๆว่าจะมีคนตาย เหอออ


แต่พวกเขา...ไม่เก่งกาจเหมือนกันควอนจียง



ที่สามารถฆ่าคนได้...เพียงแค่ใช้สายตา



แอบกรี๊ด.. แรงจ้ะเธ๊อออ cry

อ่านจบแล้วไม่รู้จะเม้นอะไรเท่าไหร่ มันอารมณ์อยากรู้ว่าสุดท้ายมันจะไปจบที่ไหนวะ



เพลงที่ คห. บนบอก เราโคตรชอบเลย เข้าจริงๆด้วยหงส์ ไปฟังๆ

#8 By blank on 2009-06-27 00:18

กรี๊ดดดดดดดดดดด

มาต่อแล้วT^T
ตกใจมากมายแวะมาดูๆ กะว่าฟลุ๊ค โฮกกมาต่อแล้วคร้า

โถ่ ยองเบไม่น่าเคาะปะตุเรยหือออ
อินี่หื่น ก๊ากกกกกกกกกกก

เรื่องราวชักเข้มข้น
โฮกกก ใจจะขาดแล้วนะค่

มาต่อไวๆเถิดหนา TT

#9 By RIZATO (58.9.229.111) on 2009-07-01 00:26

ว้าวมาต่อแล้ว
จียงยังเย็นชาเหมือนเดิมเลยเนอะ
แต่ก้อดูเหมือนกับกระจกที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อ
ที่ท็อปอยู่ด้วย
ตอนนี้ออกจะสงสารแทยังอ่ะ
ไปเห็นภาพนั้นจนได้
แต่ก้อเหมือนกับจียง
คงจะเจ็บเหมือนกันนะ
ที่ต้องอยู่ในสภาพแบบนั้น

จิงอ่ะที่พ่อท็อปทำให้พ่อแม่จียงตาย
แต่จียงทำไม่ได้หรอก
ก้อจียงไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งอะไรนี่น่า
แล้วท็อปจะบอกแทยังงั้นหรอ
แล้วจะรออ่านนะ

ปล.เห็นด้วยจียงช่วงนี้สวยจิงๆ

#10 By may (203.153.171.6) on 2009-07-01 08:50

กรี๊ดกร๊าดๆๆๆๆ

เข้ามาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ยอมรับเลยว่าแอบลืมเรื่องนี้ไปเลย แต่แอดไว้

พยายามเรียกความจำสักพัก อ๋ออออออออออออ เรื่องนี้นี่เอง แต่อย่าเครียดไปนะคะ แบบว่าเราอ่านหลายๆๆ เรื่องพร้อมกัน แล้วก็หายหัวไปด้วยเหมือนกัน 5555+

เราแอบสงสารแทนะ แต่ว่าแทเป็นคนดี เราว่าแทจะทำใจได้ 5555+

อิท๊อปเรื่องนี้ฉลาดแฮะ 555+ ชอบๆๆๆๆ และดูน่าค้นหาและน่า.... ฮึ่มมมมม เอิ๊กๆๆๆ อย่าถือสาความชอบส่วนตัวเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ยิ่งทีท่า ท่าทาง กวนประสาทน้องจีนั่นแบบ บรรยายได้อารมณ์ดีจิงๆ คิดแล้วอินๆ มันแบบ ฮึ่มมมมมม แกนี่มันจิงๆนะชเว

ส่วนน้องจีนะ พี่ละอึดอันแทนแจงแจ๊งงงง
คือชอบเค้าไง ชอบไปแล้วให้ทำไง แต่ไอ้คนที่เราชอบนี่มันดั๊นน!!! ไม่ได้ดั่งใจเอาซะเลย ให้ตายเถอะ

แต่ชอบอะ ชอบๆๆๆๆๆ แทบจะทนรอไม่ไหวแล้ว ยังงัยก็สู้ๆๆๆ แล้วก็มาต่อไวๆ นะคะ

#11 By topxp on 2009-07-06 22:19

ทำไม

ทำไม

ทำไมไม่มาต่อ

ฮือๆๆๆกำลังหนุกนะ

ใจร้ายจังเลย

รีบมาต่อโดยด่วนนะ

ขอร้อง

#12 By nubeer on 2009-07-12 00:26

อ๊ากกกกกกกกกกกก !!
ค้างอย่างงแรงงง ไม่ไหวจริงๆ
ในที่สุดยองเบก็เห็นจนได้
คนที่เขารักทั้งสองคน ทำแบบนั้น
เจ้บปวดแทนพี่ตะวันจริงๆ TT
ไหนอิเทมจะเข้าใจจียงผิดอีก
เฮ้ออ ควอนจียง ถ้าทางงานนี้จะรอดยาก
อยากอ่านตอนต่อไป T^T

#13 By kimkey on 2009-07-17 00:17

มาต่อไวๆเน๊~

อยากอ่านต่อเเล้วอ่ะ

#14 By VIP'S Reader. (125.24.16.199) on 2009-07-29 10:08

แหม.....เรื่องนี้เทมเป็นเจ้าพ่อ

หน้าตาเหมาะมากๆๆ

เรื่องนี้เอาแต่ใจตัวเองที่สุด...

จีต้องคอยมารองรับอารมณ์ตลอดเลย

อืม.......จะรอตอนใหม่นะคะ


#15 By vvMARvv (124.121.212.115) on 2009-08-06 22:57

ตัวเอง เค้าหนีตามตัวเองมาจากบ้านแดงเลยนะเนี้ย

ตัวเองถ้าว่างแล้วกลับมาอัพพาทต่อไปด้วยนะค่ะ

เค้ารออ่านพาทที่เหลืออยู่นะ ชอบเรื่องนะอ่ะ

ที่สุดแล้วเรื่องราวจะลงเอยยังไงอยากรู้จัง

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ไรเตอร์สู้ๆจ้า



#16 By numtran (203.155.221.253) on 2009-08-08 17:00

ไม่ได้มาอ่านนานมาก ==
แต่ยังจำเรื่องได้แม่นนะเออ ฮ่า ๆ

จียงไม่ผิดซะหน่อย หู่ยย
พ่อแกแหละโป้ พ่อแกมันชั่ว
ถ้าแกโดนอย่างจียงแล้วแกจะเข้าใจ TT

จียงจิตใต้สำนึกดีจะตาย
ตั้งใจจะฆ่าตั้งหลายครั้งแล้ว
แต่ก็ไม่ทำ T [] T
คนดีเกิ๊นนนนนนนนนนนนน

แทยังงงงง
สงสารแทยัง ฮือออ
ทำไมต้องเป็นแทยังที่เห็นภาพนั้น
ทำไมต้องเป็นแทยังที่รักจียง TT
สงสารเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

ตามอ่านค่ะ ๆ

#17 By Czzz.T - vipz on 2009-10-11 03:44

เรื่องนี้เปนเรื่องแรกๆที่อ่านฟิค
พอได้อ่านเรื่องนี้ปุ๊บก้ชอบเรยทันที
มันเหมือนได้ดูซีรี่ย์เศร้าๆเรื่องเรยทีเดียว
จากนั้นก้ติดการอ่านฟิคไปโดยปริยาย

ชอบมากๆเรยค่ะ เรื่องนี้ อ่านไปร้องไห้ไปเรยค่ะ
สงสารอิจีจับใจมากกกก (*ฮึกๆ*)

ทำไม ทำไมเทมป์ถึงได้จงเกลียดจงชังอิจีนักหนา ทำไม๊!!
จีมันไปทำอาไรให้หรอ ถึงได้ ใจร้ายกับอิจีได้ขนาดนี้
ทำไมไม่หัดเปนคนมองโลกในแง่ดี อย่างยองเบมั่ง
จะ หล่อเลววววววววววววววว ไปถึงไหน ชิ!


พออ่านจบมีการมานั่งเครียดนั่งหงุดหงิดกับฟิคด้วย ฮ่าๆ
ประมาณว่าอินจัด (>//<)


เปนกำลังให้ไรเตอร์มาอัพฟิคต่อไวๆน๊าค๊าา

#18 By Yuki-Onna (58.8.220.157) on 2009-10-17 06:06

ค้างคาได้ใจมาก
นอกจากอิเทมป์จะชั่วได้โล่
ยังมีความโง่ผสมอยู่นิดหน่อยอีกต่างหาก
แกไม่คิดจะสืบก่อนว่าทำจริงไหมเลยใช่ไหม
มันจะเกิดอะไรขึ้นอีกเนี้ย
จีจี้จะช้ำอีกแค่ไหนกันนน

#19 By hawon (58.9.195.107) on 2009-10-23 10:03

โธ่ซึงฮยอน
ทำไมปล่อยจียงไปง่ายๆเล่า
( อ้าวเเล้วกัน )
อย่าเข้าใจน้องจีผิดนะ

#20 By ผักบุ้ง (124.121.202.44) on 2009-12-20 14:58