[Fic BB] Unconditional Love : Chapter 2 [T.O.P. X G-Dragon]

posted on 25 Feb 2009 19:51 by believes-fiction  in Bigbang-Fictions

 

Title : Unconditional Love

Pairing : Choi Seunghyun x Kwon Jiyong

Author : Believe

Rate : PG-13

Genre : Romantic/Drama

BGM : 이별의 반대말 - Davichi

 

 

 

 

Chapter 2 : You’re mine

 

 

 


“อยากได้?” เจ้าพ่อมาเฟียทวนคำของลูกชายคนโตอีกครั้ง เห็นรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา แล้วก็ต้องหรี่ตาลงมองด้วยความสงสัย คำว่า ‘อยากได้’ เป็นคำที่เขาคุ้นเคยดีเพราะซึงฮยอนพูดจนติดปากมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่คำนั้นใช้ได้กับเพียง ‘สิ่งของ’ ซึ่งคนเป็นพ่ออย่างเขาสามารถใช้เศษเงินแลกมาได้เพื่อความสุขของลูก

 

แต่ควอนจียง...ไม่ใช่สิ่งของ


และคงเป็นสิ่งเดียวบนโลกใบนี้ ที่เขาไม่สามารถยกมาประเคนให้ลูกชายคนโตได้

 

“แกก็เห็น ว่ายองเบกับจียง..”

 

“จียงไม่ได้รักยองเบสักนิด” ซึงฮยอนสวนกลับทันควัน เล่นเอาผู้เป็นบิดาพูดอะไรไม่ออก ทั้งตกใจและแปลกใจว่าซึงฮยอนรู้ข้อเท็จจริงนี้ได้อย่างไร หากแต่แววตาที่ใช้จ้องมองลูกชายกลับสงบนิ่ง สมกับเป็นพ่อเลี้ยงชเวจองฮุนที่ผู้มีอิทธิพลทั้งหลายในโซลต่างยำเกรง จองฮุนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกชายของเขาจะเก่งกาจ ถึงขนาดมองทะลุหัวใจคนเย็นชาอย่างควอนจียงได้ง่ายดายขนาดนี้

 

“ถึงจียงจะไม่ได้รักยองเบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแกจะมีสิทธิ์ในตัวจียง” ชเวจองฮุนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะเขารู้จักลูกชายคนนี้ยิ่งกว่าใครทั้งหมด รู้จักดียิ่งกว่าตัวซึงฮยอนเองด้วยซ้ำ เขาไม่อยากให้ซึงฮยอนเข้าไปยุ่งวุ่นวายในชีวิตของจียงอีกแล้ว ความจริงมันก็เป็นความผิดของเขาเองที่เลี้ยงซึงฮยอนอย่างตามใจมาตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากภรรยาของเขาเสียชีวิตหลังจากคลอดซึงฮยอนได้เพียงไม่กี่วัน เขาจึงรักซึงฮยอนมากและทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายมีความสุข โดยไม่เคยรู้เลยว่านั่นเป็นวิธีการทำร้ายลูกที่โหดร้ายที่สุด มิหนำซ้ำยังทำร้ายคนรอบข้างเขาอีกด้วย

 

ถ้าหากซึงฮยอนจริงจังเรื่องจียง...ผลสุดท้าย คนที่เจ็บปวดที่สุดจะเป็นใคร

 

จียง..?

 

ยองเบ..?

 

หรือตัวซึงฮยอนเอง..

 

“อย่างน้อยจียงก็มีความรู้สึกที่ดีต่อยองเบ ไม่เหมือนที่เขารู้สึกกับแก” พูดโดยจงใจทอดสายตาผ่านกระจกใสออกไปยังสวนด้านนอก เขาจินตนาการสีหน้าและแววตาของซึงฮยอนในตอนนี้ได้อย่างเด่นชัด และน้ำเสียงที่ลูกชายใช้ตอบกลับมานั้นก็ทำให้เขาต้องหัวเราะอยู่ในใจ

 

ใครจะไปรู้จักลูกดีเท่าพ่อแท้ๆ ของตัวเองล่ะ จริงไหม?

 

“แต่ผมอยากได้” ซึงฮยอนเอนหลังพิงโซฟาพลางจ้องมองแผ่นหลังของบิดาผู้ทรงอิทธิพลไม่ยอมละไปไหน

 

“ขอโทษนะ เรื่องนี้พ่อคงช่วยแกไม่ได้จริงๆ”

 

ทายาทคนโตของตระกูลชเวกระแทกลมหายใจแรงๆ ด้วยความหงุดหงิด ดังเช่นทุกครั้งที่ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

 

“ตกลงพ่อจะไม่ช่วยผม?”

 

“นั่นมันคนรักของน้องนะซึงฮยอน ต้องให้พ่อย้ำอีกสักกี่ครั้ง!” ชเวจองฮุนหันกลับมาตวาดลูกชายเสียงดังลั่น แต่นั่นไม่ได้ทำให้ร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาหวั่นเกรงเลยแม้เพียงนิด เขาจุดยิ้มมุมปากแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้

 

“ยองเบไม่ใช่น้องชายแท้ๆ ของผมซะหน่อย!”

 

ผัวะ!

 

หมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่ปากของชายหนุ่มเต็มแรง จนร่างสูงนั้นล้มกลิ้งลงไปกองอยู่บนพื้นอย่างสิ้นท่า ซึงฮยอนตกใจกับการกระทำของพ่อเป็นอย่างมาก มือใหญ่ยกขึ้นแตะที่มุมปาก รสปร่าของเลือดที่เจืออยู่ในปากสร้างความโกรธให้ชายหนุ่มไม่น้อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเจ้าป่าตัวจริงที่อยู่ตรงหน้า

 

“ถึงยองเบจะไม่ใช่สายเลือด แต่พ่อก็เลี้ยงเขามาตั้งแต่เกิด รักเขาเท่ากับที่รักแก ส่วนจียง พ่อขอสั่งห้ามแกแตะต้องเด็ดขาด!” จองฮุนยื่นคำขาด แต่นั่นไม่ได้ทำให้แววตาของซึงฮยอนแปรเปลี่ยนไปเลย เขาไม่ได้มีทีท่าว่าสำนึกหรือรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น ในเมื่อมันเป็นความจริงที่เขาก็ไม่สามารถหลอกตัวเองได้ แล้วจำเป็นด้วยหรือที่คนอย่างชเวซึงฮยอนต้องยอมรับผิด?

 

“ได้...ผมจะไม่แตะต้องจียง”

 

ซึงฮยอนเงยหน้าขึ้นมองพ่อของตัวเองด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้น ถ้าหากพ่อของเขาเป็นราชสีห์ แล้วมีหรือที่เจ้าป่าในอนาคตอย่างเขาจะเกรงกลัว เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครขัดใจเขาสำเร็จเลยสักครั้ง แม้แต่ตัวพ่อเองก็เถอะ

 

และครั้งนี้ก็เช่นกัน

 

 

“แต่ถ้าจียงเป็นคนวิ่งเข้ามาหาผมก่อน พ่ออย่ามาโทษผมก็แล้วกัน”

 


.

 

.

 

 

“จียง เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! บ้านของพวกเราถูกไฟไหม้!!!” เด็กชายร่างผอมวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเพื่อนหน้าตาน่ารัก ที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเด็กผู้หญิงอีกสองสามคนใต้ต้นไม้ใหญ่ หากเป็นเด็กวัยสิบขวบที่เกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่าง คงไม่อาจมองว่านั่นเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต แค่บ้านหลังเดียว เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็หาให้ใหม่ได้ แต่สำหรับเด็กวัยสิบขวบที่โตพอมาพร้อมๆ กับความยากลำบากอย่างควอนจียงนั้น รับรู้ได้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ไม่ต่างอะไรกับมัจจุราชที่กำลังจะดึงชีวิตของพวกเขาลงสู่หุบเหว

 

ร่างขาวจัดของเด็กชายวิ่งไปตามตรอกเล็กๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เพราะเปลวเพลิงที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็วราวกับพายุ เคลื่อนตัวไปที่ใดก็สร้างความวินาศให้ที่แห่งนั้นภายในพริบตาเดียว เสียงกรีดร้อง เสียงร้องไห้ระงม เสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสียงสบถ เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายอื้ออึงอยู่ในโสตประสาทการได้ยิน หากแต่สติของจียงไม่มั่นคงพอที่จะสนใจความเป็นไปของคนรอบข้าง ตอนนี้ในสมองของเขาคิดถึงเพียงพ่อกับแม่...

 

ต่อให้บ้านเก่าๆ หลังนั้นถูกไฟไหม้ไปต่อหน้าต่อตาเขาก็ไม่สน


ขอเพียงแค่พ่อกับแม่ไม่เป็นอะไรก็พอ

 

“จียง! อย่าเข้าไป!!” ใครสักคนฉุดแขนร่างเล็กเอาไว้ ก่อนจะรวบเข้าไปกอดไว้แน่น จียงทั้งดิ้นทั้งผลักอีกฝ่ายสุดกำลัง น้ำตามากมายไหลอาบแก้มเนียนทั้งสองข้าง เมื่อเห็นบ้านหลังเล็กๆ ที่ตนอาศัยอยู่มาตั้งแต่จำความได้ กำลังถูกเปลวเพลิงกลืนกินจนแทบไม่เห็นเค้าเดิม ม่านน้ำตาทำให้ภาพตรงหน้าเลือนราง จนอยากให้มันเป็นเพียงแค่ความฝัน

 

จียงจำได้ว่าได้ยินเสียงตัวเองกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ดื้อดึงที่จะเข้าไปหาพ่อกับแม่ในเพลิงไหม้นั้นให้ได้ แต่อ้อมกอดของเพื่อนรักที่พันธนาการไว้อย่างแน่นหนา ทำให้จียงไม่อาจทำได้อย่างใจหวัง และไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ที่จียงหลงเหลือเรี่ยวแรงเพียงแค่ร้องไห้สะอึกสะอื้น หยาดน้ำที่พรั่งพรูออกมาจากดวงตาเรียวทั้งสองข้างแทบจะกลายเป็นสายเลือด สุดท้ายเด็กน้อยก็สะอื้นไห้จนหมดแรง แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่จียงหมดสติไป ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตจะมอดไหม้ไปกับเปลวเพลิง

 

และเมื่อตื่นขึ้นมา…ก็ต้องรับรู้ข่าวร้ายที่ว่า

 

พ่อกับแม่ของเขาได้ถูกไฟคลอกตายไปพร้อมๆ กับบ้านหลังนั้นแล้ว

 

ชีวิตของควอนจียง...ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

 

“ไปอยู่กับฉันนะจียง พ่อของฉันจะดูแลเธออย่างดีเลย” ยองเบบอกเพื่อนรักที่นั่งเหม่อมองท้องฟ้ายามเย็นอย่างเลื่อนลอย หลังจากงานศพของพ่อแม่ผ่านพ้นไป ซึ่งคุณชเวจองฮุนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในฐานะที่จียงเป็นเพื่อนสนิทของลูกชายคนเล็ก และในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้นด้วย

 

“อย่าเลยยองเบ ยังไงอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉันก็คงไม่อดตาย” ใบหน้าน่ารักที่ยังคงหลงเหลือคราบน้ำตาจางๆ ส่ายไปมาช้าๆ โดยไม่ได้หันมองยองเบเลยแม้แต่น้อย

 

“แต่ถ้าเธอถูกรังแกล่ะ ถ้าเธอไปอยู่ที่นั่น...ฉันจะปกป้องเธอไม่ได้นะจียง” ยองเบบอกเสียงเครียด จริงอยู่ที่ว่าเขาจะอายุเพียงแค่สิบขวบ แต่ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เขาสัมผัสมาตั้งแต่จำความได้ จึงทำให้ยองเบเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับจียงที่ยืนอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะฐานะทางครอบครัวที่ค่อนข้างขัดสน จึงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะสนิทกันมากแม้จะมาจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ตาม

 


“แต่ฉันเกรงใจพ่อนาย” จียงก้มหน้าลงต่ำ คิดทบทวนเหตุผลของยองเบแล้วก็ยอมรับอยู่ลึกๆ ว่าหวาดกลัวไม่น้อย จียงเคยคิดเสมอว่าตัวเองเป็นคนเข้มแข็ง แต่จนกระทั่งวันที่พ่อแม่จากไป จึงได้รู้ว่าเกราะป้องกันที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองนั้น เปราะบางยิ่งกว่าแก้วไม่รู้กี่พันเท่า ถ้าหากไม่มียองเบคอยช่วยเหลือและอยู่เคียงข้าง ชีวิตต่อจากนี้ไป จียงก็ไม่อยากจะคาดเดาเลยว่าว่ามันจะเลวร้ายสักแค่ไหน

 

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก พ่อไม่เคยขัดใจฉันอยู่แล้ว” ว่าพลางเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเพื่อนรักเบาๆ แทนคำปลอบโยน เห็นใบหน้าใสนั้นเงยขึ้นมองเขา ดวงตาสีน้ำตาลคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ก่อนจะได้เห็นรอยยิ้มบางๆ จากคนตัวเล็กเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่จากไป แม้จะเป็นรอยยิ้มที่บางเบาและแสนเศร้า

 

แต่นั่นก็เป็นรอยยิ้มที่สวยงามที่สุด

 

“ฉัน...ขอบคุณมากๆ นะยองเบ” จียงตื้นตันใจจนอยากจะปล่อยโฮออกมาอีกสักครั้ง แต่หลายวันมานี้เขาก็ร้องไห้หนักมาก บางทีน้ำตาอาจจะหมดตัวไปแล้วก็ได้ ตอนนี้เขาถึงได้ร้องไห้ไม่ออกเลย มีเพียงคำขอบคุณและรอยยิ้มที่คงสื่อความหมายมากมายให้ยองเบได้รับรู้ ถึงความซาบซึ้งจากเพื่อนรักคนนี้ได้ดีที่สุด

 

“สักวันฉันจะต้องตอบแทนบุญคุณนายให้ได้ ฉันสัญญา”

 

 

 

“ฟังฉันอยู่หรือเปล่าจียง?” เสียงเรียกเบาๆ ทำให้คนที่กำลังจมอยู่กับอดีตสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย แล้วหันไปพยักหน้าเบาๆ ให้คนข้างกาย แววตาของทงยองเบที่ทอดมองเขายังคงเหมือนเดิม ไม่ต่างจากวันนั้นที่ยองเบปกป้องเขาจากเพลิงไหม้ ไม่รู้ว่าควรจะขอบคุณหรือควรจะโกรธแค้นดีที่ยองเบดึงรั้งเขาไม่ให้กระโดดเข้าไปตายใน
กองเพลิง

 

ถ้าควอนจียงตายไปพร้อมๆ กับพ่อแม่ตั้งแต่วันนั้น... ก็คงไม่ต้องทนอยู่อย่างเจ็บปวดเหมือนอย่างตอนนี้

 

“เธอว่าเสื้อตัวนี้เป็นไง?” ยองเบถามพลางทาบเสื้อแขนยาวสีครีมลงบนร่างเพรียวบาง ซึ่งได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แทนคำตอบ จียงไม่ใช่คนเรื่องมากเรื่องเสื้อผ้าอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ยองเบก็เป็นคนดูแลจัดการให้ตลอด ยองเบเห็นว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะ จียงก็เห็นด้วยทุกอย่างนั่นแหละ

 

แล้วก็เป็นเหมือนเดิมที่จียงได้แต่นั่งมองยองเบเลือกเสื้อผ้าอย่างสนุกสนาน ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นคนใส่ นานเกือบชั่วโมงกว่าที่ทั้งคู่จะเดินออกมาจากร้านเสื้อผ้า พร้อมด้วยถุงเกือบสิบใบ หน้าตาของยองเบเต็มไปด้วยความสดใสร่าเริงดังเช่นทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้กับคนรัก ต่างจากจียงที่ยังไม่ยอมขยับปากพูดอะไรเลยสักคำ ตั้งแต่ออกจากบ้านมา ท่าทางก็เซื่องซึมเหมือนไม่สบายใจอะไรบางอย่าง แน่นอนว่าไม่มีทางที่คนอย่างทงยองเบจะดูไม่ออกว่าวันนี้จียงดูแปลกไปมาก เพียงแต่นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้น เหมือนเครื่องเตือนความคิดไม่ให้เขาพลั้งปากถามออกไป ถ้าหากจียงไม่พูด ก็หมายความว่าจียงยังไม่พร้อมที่จะให้ใครรับรู้

 

ทงยองเบมีสิทธิ์ในตัวควอนจียงแค่ไหน...เขาเองรู้ดีที่สุด

 

ยองเบพารถสปอร์ตสีขาวคู่ใจมาจอดเทียบหน้าบ้าน เขาหันมองเสี้ยวหน้าหวานครู่หนึ่ง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบเรือนผมสีน้ำตาลนั้นอย่างเบามือ จียงเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายแทนคำขอบคุณ แล้วเปิดประตูลงจากรถโดยไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ด้านยองเบเมื่อเห็นอาการของคนรักที่ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น จึงตัดสินใจลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปยืนตรงหน้า เชยใบหน้าเรียวที่กำลังก้มต่ำให้เงยขึ้นสบตาเขาอีกสักครั้ง

 

ชั่วอึดใจเดียวแต่ช่างนานแสนนานเหลือเกินในห้วงความรู้สึกของควอนจียง...

 


“เข้าบ้านเถอะยองเบ” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้จียงเลือกที่จะเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากของคนรัก ดวงตาเรียวหลุบลงต่ำด้วยไม่อยากมองเห็นคำถามมากมายที่อยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย เพียงครู่เดียว ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดต้นคอในทีแรกก็ค่อยๆ ห่างออกไปคล้ายกับยอมถอยห่างจากกำแพงที่จียงสร้างขึ้นมา

 

และยองเบเองก็ไม่เคยพยายามปีนข้ามหรือทำลายกำแพงอันแข็งแกร่งนี้เลยสักครั้ง จียงรู้กฎตายตัวข้อนี้ดี

 

“งั้น...ฉันเข้าไปพบพ่อก่อนแล้วกันนะ” ยองเบบอกเบาๆ โดยไม่ดื้อรั้นที่จะพาคนรักเข้าไปในบ้านพร้อมกัน เขาสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของจียงมาตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว หลังจากที่จียงพบกับซึงฮยอน จียงอาจจะต้องการใช้เวลาอยู่กับตัวเองสักพัก เหมือนอย่างทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจ

 

แต่เขาก็ไม่อยากรู้นักหรอก...ว่าเรื่องไม่สบายของจียงนั้นจะเกี่ยวข้องกับพี่ชายของเขามากน้อยแค่ไหน


เขาไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น

 

เมื่อแผ่นหลังของยองเบหายลับเข้าไปในบ้านแล้ว จียงก็ประคองร่างของตัวเองแล้วไปทรุดนั่งลงบนม้านั่งตัวยาว ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับสวนหน้าบ้าน ความเหนื่อยล้าของหัวใจที่เอาแต่วิ่งวนเวียนอยู่แต่เรื่องในอดีตอันแสนโหดร้าย ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรงไปด้วย จียงนั่งชันเข่าแล้วเอนตัวพิงม้านั่งพลางหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อซึมซับกลิ่นอายของต้นไม้ใบหญ้า เผื่อว่าจะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้าง

 

“องครักษ์หายไปไหนซะล่ะ? ทำไมปล่อยให้คุณหนูควอนจียงมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว”

 

จียงลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงของบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาจะเจอที่สุดในชีวิต ใบหน้าเรียวเบือนหนีไปอีกทางเมื่อร่างสูงทิ้งกายลงนั่งข้างๆ ไม่ได้โต้ตอบและไม่คิดที่จะหนี ทั้งที่รู้ดีว่าคนอย่างชเวซึงฮยอนไม่มีทางญาติดีกับเขาเด็ดขาด ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน และเหตุผลที่ซึงฮยอนจงใจเดินเข้ามาทักทายเขาแบบนี้ แน่นอนว่าต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่

 

“เรื่องของผม” จียงตอบเสียงเรียบ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว ต่างจากควอนจียงที่ซึงฮยอนเคยรู้จักราวกับเป็นคนละคน ลืมไปเสียเถอะ ควอนจียงเมื่อสิบปีก่อน คนที่ยอมให้ชเวซึงฮยอนรังแกและทำร้ายจิตใจสารพัดโดยไม่เคยคิดจะตอบโต้ คนที่ทั้งอ่อนแอและขลาดเขลาแบบนั้น มันตายจากโลกใบนี้ไปนานแล้ว

 

“ไม่คิดเลยนะ ว่าเวลาสิบปีจะทำให้เธอเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้”

 

“แต่คุณดูไม่เปลี่ยนไปเลยนะ...ยังร้ายกาจเหมือนเดิม” สีหน้าเรียบเฉยเหมือนคนไร้ความรู้สึกของควอนจียงทำให้ซึงฮยอนอดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ ถ้าหากเป็นเมื่อสิบปีก่อน จียงคงกลัวเขาจนตัวสั่น ไม่กล้าเข้าใกล้หรือถึงขนาดนั่งต่อปากต่อคำกับคนอย่างชเวซึงฮยอนแบบนี้หรอก แต่ซึงฮยอนก็มีสติพอที่จะข่มความไม่พอใจเอาไว้ แล้วตอกกลับไปด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบยิ่งกว่าเดิม

 

“คงสู้เธอไม่ได้หรอก ร้ายกว่าเดิมจนฉันคาดไม่ถึง” ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ แม้ว่าจียงจะไม่ยอมแสดงความรู้สึกออกทางใบหน้า แต่เขาก็รู้แน่ว่าจียงต้องรู้สึกตะขิดตะขวงในใจบ้างไม่มากก็น้อย แต่คนอย่างชเวซึงฮยอนน่ะหรือ จะคิดคำพูดที่ใช้ทำร้ายจิตใจควอนจียงได้แค่นี้ เพียงแค่จียงหายใจ ซึงฮยอนก็รู้แล้วว่าเขาต้องใช้วิธีไหนเพื่อยั่วโมโหมให้จียงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า

 

“ถึงขนาดจับน้องชายฉันได้เนี่ย ไม่ธรรมดาเลยนะ...ควอนจียง”

 

“นั่นมันก็เรื่องของผม ถ้าคุณมีเรื่องพูดแค่นี้ ผมคงต้องขอตัวก่อน” จียงลุกขึ้นเต็มความสูงทั้งที่กำมือแน่น จนรู้สึกถึงเลือดที่ซึมออกมาจากผิวเนื้อ แผลเมื่อเช้าเพิ่งจะสมานกันดี แต่แล้วความกดดันบางอย่างก็เป็นเหตุให้จียงโกรธ จนได้บาดแผลซ้ำที่รอยเดิมมาอีกจนได้ ไม่ต่างอะไรกับหัวใจของเขาที่มันถูกทำร้ายซ้ำๆ จากคนที่ไม่เคยรู้จักคำว่าเพียงพอเสียที

 

“ฉันไม่อนุญาต” เสียงทุ้มต่ำหยุดเรียวขาที่กำลังจะก้าวออกไป ราวกับร่ายมนต์ตรึงร่างกายของจียงให้หยุดอยู่กับที่ แต่เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นที่จียงสามารถอดทนอยู่ในโอวาทของชเวซึงฮยอนได้ ขาเรียวก้าวออกไปจากที่ที่ซึงฮยอนยืนอยู่อย่างรวดเร็ว เพราะเกินทนกับคำพูดทำร้ายจิตใจ และแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังนั้นแล้ว ถ้าหากยืนอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้นานกว่านี้อีกเพียงนาทีเดียว ควอนจียงต้องแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาสมเพชเวทนาอีกเป็นแน่

 

“เธอไปไหนไม่ได้ ถ้าฉันไม่อนุญาต!” ร่างสูงวิ่งตามจียงมา ก่อนจะคว้าข้อมือที่พันผ้าสีขาวเอาไว้ แล้วกระชากให้ร่างเพรียวบางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา โดยไม่สนใจว่ามือใหญ่ของเขาที่บีบข้อมือบางของจียงไว้แน่นนั้น กำลังทำให้จียงเจ็บจนแทบจะกรีดร้องออกมา...เจ็บจนทะลุไปถึงหัวใจ

 

แต่ชเวซึงฮยอนคงไม่มีวันล่วงรู้หรอกว่าจียงเจ็บปวดแค่ไหน ถ้าหากจียงยังคงเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่แสนเย็นชาไร้ความรู้สึกแบบนี้ สีหน้าไม่ยินดียินร้ายใดๆ ราวกับตุ๊กตา ที่ไม่ว่าจะถูกทำร้ายหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็ไม่เคยรับรู้

 

“คุณนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ ชเวซึงฮยอน...ถ้าคุณฆ่าผมให้ตายได้ คุณคงทำไปแล้วสินะ”

 

ร่างสูงชะงักค้างกับคำพูดที่หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางของคนตรงหน้า รู้สึกไม่พอใจในบางสิ่งบางอย่างแต่ก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ และในสมองก็พยายามคิดหาถ้อยคำที่จะตอบโต้เพื่อหยุดสายตาแบบนั้นของควอนจียง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี นอกจากยืนเป็นเป้านิ่งให้จียงยิงคำพูดที่แสนเจ็บแสบใส่ไม่ยั้ง

 

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าผมไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงได้เกลียดผมมากขนาดนี้ แต่เหตุผลที่ผมไม่หนีออกจากบ้านหลังนี้ไปตั้งแต่สิบปีก่อน เพราะบุญคุณของพ่อเลี้ยง ยองเบ และทุกๆ คนในบ้านหลังนี้...พวกเขาดีกับผมมาก ยกเว้นคุณที่เกลียดผมเข้ากระดูกดำ ทุกเรื่องที่คุณทำกับผมไว้ก่อนจะไปอิตาลี ผมจำได้ไม่เคยลืม...”

 

“มันผ่านมานานมากแล้วล่ะ ผมเคยหวังลึกๆ ว่าบางทีคุณอาจจะเกลียดผมน้อยลงบ้าง สักนิดก็ยังดี”

 

“แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า...เวลา...มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนอย่างคุณได้ เมื่อก่อนคุณเคยเกลียดผมยังไง ตอนนี้ก็ยังเกลียดเหมือนเดิม”

 

จียงพยายามสุดกำลัง เพื่อจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้คนใจร้ายที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ได้เห็น เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับซึงฮยอน ยิ่งได้เห็นแววตาชิงชังของซึงฮยอน ก็ยิ่งเจ็บร้าวไปทั้งหัวใจเหมือนถูกเข็มนับแสนเล่มทิ่มแทง ทั้งที่แววตาแบบนั้น มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากตอนที่เขาได้พบซึงฮยอนครั้งแรก แต่ไม่ว่าได้พบเห็นสักกี่ครั้ง ก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้เสียที ตรงกันข้าม ยิ่งได้เห็น จียงก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นทุกทีๆ

 

“รู้ไหม..ว่าคุณไม่ได้ต่างกับผมเลยสักนิด”

 

 

เมื่อก่อนผมเคยรักคุณยังไง...ตอนนี้ก็ยังรักเหมือนเดิม

 


ผมได้แต่ถามตัวเองตลอดว่าทำไม...

 

ทำไมถึงทำใจให้เกลียดคุณไม่ได้เสียที

 

 

ทั้งๆ ที่....

 

 

 

 

TO BE CONTINUED

 


---------------------

 

Talk : ขออนุญาตลงฟิคบิ๊กแบง ไม่ว่ากันนะคะ ลงในบ้านแดงไปแล้วก็อยากลงในบล็อกตัวเองบ้าง ถึงแม้จะมีคนอ่านน้อยนิดกว่ามากก็ตาม ~O~

ส่วนเรื่องที่ประกาศปิดบล็อกชั่วคราวนั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอกค่ะ เพียงแต่ว่าช่วงม.6 เทอมสอง ชีวิตยุ่งๆ+วุ่นๆ+สนุกสนาน อยากใช้เวลาอยู่กํบเพื่อนให้มากๆ อย่าได้คิดเลยว่าหงส์จริงจังกับการอ่านหนังสือ 55555+ แค่ไม่มีเวลามากพอที่จะมาต่อฟิคได้อย่างต่อเนื่องเท่านั้นเองค่ะ

ยังไงก็ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันมาตลอด ฟิคคิเฮไม่รู้ว่าจะได้ต่อเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้กำลังสนุกกับการเขียนฟิคเทมจีมากๆ ขอโทษจากใจเลยค่ะ ใครจะด่าจะว่ายังไงก็ได้ ยินดีรับฟังเสมอ TT^TT

ถ้าไม่รบกวนเกินไป คอมเมนท์ติชมกันด้วยนะคะ ขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านค่า ^______^

 


PS.เมื่อไหร่จะสอบเอเน็ตเสร็จซะที ~~~

 

 

 

edit @ 4 Mar 2009 20:05:29 by Believes-fiction

edit @ 4 Jul 2009 15:42:53 by Believes-fiction

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่าา ขอเม้นรวบยอดเลยนะคะ

มันคืออะไรอ่าา

เทม แกทำอะไรกะจีไว้

ทำไมมันถึงรุนแรงแบบนี้ TT

สองตอนมาแบบเครียดเลย =="

แต่สนุกมากค่าา

เรื่องน่าติดตามอ่ะ

แต่ท่าทางเรื่องนี้คงจะยาวมากเลยใช่ไหมเนี่ยยย

ปล เรื่องนี้เทมเท่ห์โหดได้ไจมาก ฮ่าๆๆ
เป็นมาเฟียเลย คิอภาพมันออกอ่ะ อ๊ายย

#1 By kubkang (202.12.97.111) on 2009-02-25 21:32

โอววววววว
ที่แท้ภูมิหลังจียงก็เป็นแบบนี้นี่เอง
แต่ที่ยังติดใจ
ทั้งสองทำอะไรกันไว้ก่อนไปอิตาลี ?!
หุหุหุ มันต้องเป็นอะไรที่เลวร้ายสำหรับจียงมากแน่ ๆเลย
งืออออออ สงสารจียงอีกแล้ววว
อิเทมอย่าไปแกล้งจีมันมากเลยยย
มันเจ็บปวดดดด
มันรักแกนะ ไม่เคยรุเลยสินะ ชิๆ

เมื่อก่อนผมเคยรักคุณยังไง...ตอนนี้ก็ยังรักเหมือนเดิม

จียง โฮกกกกกกกกกกกก
โอ้วววววววววว
อยากอ่านตอนต่อไปมากๆๆๆค่า
รีบมาลงนะคะ อิเทมทำร้ายจิตใจน้องจี T^T

#2 By kimkey on 2009-02-25 22:51

โฮวววววววววววว

เจ็บปวดแทนควอนจียง
ชเวซึงฮยอน คนอะไรหล่อแล้วยังร้าย (ตกลงจะด่าหรือจะชมไม่รู้= =)

อ่านแล้วอินมาก!
แบบสงสารทั้งจียงแลยองเบ
ยองเบเอ๋ย พลาดมาก พลาดที่ไปชอบจียง จียงชอบซึงฮยอนนะเออ
จะมีเพิ่มอีกซักคู่มั้ยคะ???
เบริ? แบบว่าไม่อยากให้ยองเบชีช้ำมาก55555
แดซองจะได้ออกมั้ยน้อออ??

ตอนแรกเราคิดว่าไรทเตอร์ จะเอาไปลงอีกบลอค
เลยไปเปิดบลอคนั้นทุกอาทิตย์เลย = =
คิดถูกที่วันนี้เปิดดบลอคนี้>______<,,

จะรอตอนต่อไปนะคะ^^

#3 By giftempo (58.64.72.143) on 2009-02-27 17:37

ก่อนอื่น..พี่บังเอิญหลงเข้ามาจ้ะ

แต่พี่เคยอ่านฟิคเรื่องนี้ที่บ้านแดงแล้ว..ขอบอกว่า...

ชอบมากจ้ะ..รอน้องอัพตั้งนานแล้ววววว

รออยู่นะจ้ะ..สู้ๆๆ



#4 By (125.24.131.212) on 2009-02-28 17:20

ว่าแล้ว..
จียงมันต้องรักอิเทม ไม่งั้นคงไม่ยอมอยู่ให้
อิเทมมันทำร้ายจิตใจแบบนี้หรอก ฮืออออ
อยากรู้เรื่องในอดีตมาเลยอ่า
อิเทมมันร้ายมากขนาดนั้นเลยหรอ
แล้วเพราะอะไรที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น
คือตูนเป็นมาโซไง ชอบความเจ็บปวด ฮ่า...

เอ่อะ .. อยากได้ปู้ชายแบบนี้
แบบคนที่ชื่อทงยองเบนั่นอ่า
กิ๊สสสสสสสสสสส โคดจะแสนดีเลย
มีคัยดีได้แบบนี้อีกม้ายยย อิจฉาจียง โฮวววว

อิเทม..ไอ้นี่แม่งเริ่มชั่ว
ถึงแทยังจะไม่ได้เป็นน้องแท้ๆของแก
แต่เค้าก็เป็นน้องแกนะเว้ย ถึงใจกุจะเชียร์เทมจีก็เหอะ
แต่กุก็สงสารแทยังเป้นเหมือนกัน
แค่มันรักจียงได้แค่ร่างกายนี่ก้น่าสงสารเกินทนแระ T^T
ไอ้นี่แม่งยังจะมาแย่งจียงไปอีก ใจจียงก็มีให้ไปแล้ว
เหลือแค่กาย มันจะไปยากอะไรฟระ --*

“แต่ถ้าจียงเป็นคนวิ่งเข้ามาหาผมก่อน พ่ออย่ามาโทษผมก็แล้วกัน”

งื้ดๆๆๆๆ *โมโห*
มั่นใจมากไปมั้ย อิเทมมมม
ถึงจะรู้ว่ามันรักมึงก็เหอะ ฮึ่ยยย โมโหอิโป้ !!!

“ถึงขนาดจับน้องชายฉันได้เนี่ย ไม่ธรรมดาเลยนะ...ควอนจียง”
อ๊ากกกก มันจะดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะ
ฮือออออ ไอ้ลิงบ้าเอ๊ยยย

ทั้งๆที่....
ทั้งๆที่อะไรวะคับ จียงงงงง
พูดให้จบเซ่....

สนุกมากๆเลยอ่า เขียนเก่งมากกกกกก
อ่านแล้วแบบไม่ค้าง ชอบๆๆ ยาวดีด้วย
ชอบฟิคแนวนี้มากเลย
อน่าลืมเขียนให้ร้องไห้น้า (อิโรคจิต!!!)
สอบเสร็จแล้วใช่มั้ยคะ ???
รีบกลับมาอัพน้า .. จะรอค่ะ
มาช้าจะมาทวงบ่อยๆ เอิ๊กกกกก
พักคิเฮมาเขียนเทมจี เป็นอะไรที่เริ่ดมากกกกก
*แฟนคิเฮเตะ* T-T

จะรอค่า

ปล.ชื่อตูนนะคะ
^^

#5 By Czzz.T - vipz on 2009-03-04 12:57

ว้าวววววววว

ดูเหมือนนายจะโหดใสอิจีอีกแล้วสิ

แต่ถูกใจอ่ะ....หึหึหึหึ

มาต่อเร็วๆน้า

ติดตามๆจ้า

#6 By T-ReX's a Dark Angel on 2009-03-04 16:07

อิเทมใจร้ายที่สุดเรยง่ะ
สงสารจี แง~
ขอจบแบบแฮปปี้น๊า

#7 By TEM-G (74.125.74.211) on 2009-03-12 21:33

โฮ้เทม
ทำกับจีขนาดนี้เลยหรอ
จีก้อคนนะ ไม่ใช่ตุ๊กตา

จีก้อดีเหลือเกิน ที่ยังรักเทมเหมือนเดิม
เจ็บแทนจีจิงๆเลยค่ะ

#8 By is v.i.p. on 2009-04-20 12:23

อ๋า!!!!! เอาแบบนี้อีกแล้ว
เสียใจอะ สงสารจี
แกต้องเปนซาดิสต์แน่ค่ะจี
เทมป์มันทำร้ายขนาดนั้นแล้ว
ยังอุตส่าไปรักเค้าอีก
ไม่น้า!!!!!

แล้วเพื่อนเบ้ล่ะ
ใครจะมาดูแลเพื่อนเบ้แทน

เทมป์เปนพวกนิสัยชอบแกล้งคนที่ตัวเองชอบหรอ??
เหมือนเด็กอนุบาลเลย โด่วววว

#9 By PEACE on 2009-05-28 01:58

แอบเจอ
เลยขอแอบย้อนอ่านนน

ชื่อโบจ้ะ

ฝากตัวเปนเอฟซีด้วย

สนุกอะ แอบโหดนะเทมป์เนี่ย++

#10 By bo le ro on 2009-06-22 19:50

อะไรกันเทมป์แกทำอะไรจีไว้กัน
อ้ากกกกก
มาอย่างเครียดเหอะ
ทำไม่เทมป์ต้องเกลียดจีด้วย จีไปทำอะไรให้
ตอนนี้จีน่าสงสารอีกแล้ว
พี่ยองเบแสนดีอะ ไม่อยากให้พี่ช้ำใจเลย

#11 By hawon (58.9.195.107) on 2009-10-23 09:42

น้ำตาไหล
สงสานจียง
พี่ทอปอ่ะ
โหดดดดดดดดดดด
เเต่หล่อ
555555

#12 By ผักบุ้ง (124.121.202.44) on 2009-12-20 14:14